2552-08-31

วิธีทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟ

วิธีทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟเครื่องชงกาแฟก็ต้องการการทำความสะอาดเพื่อให้อายุการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้นและที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ เพื่อให้ได้รสชาติของกาแฟที่สด ใหม่ อร่อยทุกวัน

วิธีการทำความสะอาดประจำวันสำหรับเครื่อง แบบ commercialเมื่อเสร็จงานชงกาแฟในแต่ละวันสิ่งแรกที่ต้องทำคือ
1.การกดปล่อยน้ำออกจากหัวกรุ๊ป จนน้ำที่ไหลออกมาใสสะอาด ไม่มีสีของกาแฟ
2.เคาะผงกาแฟออกจากถ้วยกรอง และล้างทำความสะอาด
3.ถอดถ้วยกรอง โดยการใช้ไขควงปากแบน และล้าผงกาแฟที่ตกค้างออกให้หมด
4.ทำการเปลี่ยน Filter Basket ของก้านชงกาแฟ (Portal Filter)เป็นตะแกรงสำหรับทำ Back Flush หรือทำการใส่ Back Flush Disk ลงบนตะแกรงแบบธรรมดา
5.ใส่ก้านชงกาแฟเข้าที่หัวกรุ๊ป แล้วกดไล่น้ำทิ้งอีกครั้ง
6.ถอดก้านชงออกแล้วเทน้ำทิ้ง
7.เปลี่ยนตะแกรงกลับไปเป็นแบบ Filter Basket เป็นแบบเดิมแล้วล้างทำความสะอาดตะแกรง Back Flush หรือ Back Flush Disk แล้วเช็ดทำความสะอาดให้แห้งก่อนเก็บเข้าที่
8.ทำความสะอาดหัวเป่าโฟมนมด้วยการเช็ดให้สะอาด หรือถ้าเลอะมากๆอาจจะแช่ในน้ำร้อนสักครึ่งชั่วโมงแล้วค่อยเช็ดให้แห้ง
9.ปิดเครื่องชงกาแฟ
10.เปิดสวิตซ์ก้านเป่าโฟมนมทิ้งไว้จนไอน้ำหมด
11.รอให้เครื่องเย็นแล้ว ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆเช็ดที่หัวกรุ๊ปตามซอกให้สะอาด
12.ถอดตะแกรงและถาดรองน้ำออกมาล้างทำความสะอาด แล้วใส่กลับที่เดิม
13.เช็ดตัวเครื่องด้านนอกให้สะอาดด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ
วิธีทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟในรอบสัปดาห์
1.ใช้ไขควงถอดหัวกรุ๊ปออก นำส่วนตะแกรงออกมาล้างทำความสะอาด
2.ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆเช็ดทำความสะอาดตามซอกและด้านในหัวกรุ๊ป
3.ประกอบชิ้นส่วนกลับเข้าตามเดิมให้เรียบร้อย

**ต้องระวังให้มากเวลาขันน็อต อย่าให้แน่นมากจนเกินไป ขันแค่พอตึงมือก็พอเพราะเวลาเครื่องร้อนโลหะจะขยายตัวและจะทำให้แน่นจนครั้งต่อไปอาจขันไม่ออก
ต้องหมั่นใส่ใจทำความสะอาดเครื่องชงเป็นประจำเพราะหากเครื่องชงอยู่ในสภาพที่ไม่สมบรูณ์พร้อมใช้งาน จะมีผลกระทบแต่ธุรกิจร้านการของคุณแน่นอน เครื่องชงกาแฟเป็นอุปกรณ์สำคัญตั้งคอยตรวจเช็คและดูแลให้ดี เท่านี้ก็จะมีเครื่องชงกาแฟที่ดูใหม่และพร้อมใช้งานได้อีกยาวนาน

2552-08-28

รูปแบบร้านกาแฟ


รูปแบบร้านกาแฟนั้นมีหลายรูปแบบ การตัดสินใจก่อนเปิดร้านกาแฟนั้นต้องคำนึงถึงองค์ประกอบหลายอย่างทั้งเรื่องของเงินลงทุน รูปแบบของร้านกาแฟ การบริหารงาน ว่าจะสามารถจัดการร้านได้ดีมากน้อยเพียงใด การแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นทุกวัน การเลือกรูปแบบร้านกาแฟที่เหมาะสมกับตัวเองทำให้เราสามารถบริหารจัดการได้ดีและจะประสพความสำเร็จในที่สุด มาลองดูการแบ่งรูปแบบร้านกาแฟว่าจัดแบ่งออกเป็นได้กี่ประเภทแบบไหนที่เหมาะสมกับการลงทุนในระดับที่เราคิดไว้ในใจ
1. ร้านกาแฟขนาดเล็ก
ร้านกาแฟขนาดเล็ก เกิดขึ้นได้ง่ายและเกิดขึ้นอย่างมากมายในแต่ละวันทำให้ การแข่งขันในระดับนี้แข่งขันกันสูงมาก ระดับเงินลงทุนที่ใช้ไม่มาก เพราะเงินลงทุนใช้เงินระดับ 30,000-80,000 บาทส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบคีออส หรือเป็นซุ้มขายกาแฟ เช่นตามข้างทาง ,ตลาด ,หรือแหล่งชุมชน,ปั๊มน้ำมันเป็นต้น การลงทุนที่ใช้เงินไม่มากนี่เองทำให้ใครๆก็สามารถเข้ามาแข่งขันได้ในตลาดระดับนี้แต่ถึงแม้จะเป็นระดับที่ใช้เงินลงทุนต่ำแต่ก็ต้องอาศัยความรู้และทักษะในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจไปตลอดรอดฝั่งได้ การลงทุนในร้านกาแฟระดับนี้ ข้อได้เปรียบคือ มีความยืดหยุ่นสูง สามารถรุกเข้าทำเลต่างๆได้ง่ายๆ หรืออาจจะเสริมเข้าไปในธุรกิจอื่นได้เช่น ร้านอินเตอร์เน็ต ร้านเบเกอรี่ ร้านอาหาร ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีข้อได้เปรียบเรื่องค่าเช่าสถานที่ ที่ถูกกว่า การเลือกทำเลที่ตั้ง และอาศัยพื้นที่ในการดำเนินธุรกิจที่ไม่มากทำให้สามารถลดต้นทุนเรื่องการจัดร้านและสถานที่ได้ ส่วนการตั้งราคาของร้านกาแฟระดับนี้ก็ต้องไม่แพงจนเกินไปเพราะกลุ่มลูกค้าจะอยู่ในระดับ กลาง-ล่าง ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า ในการดื่ม
2.ร้านกาแฟขนาดกลาง
ลักษณะของร้านกาแฟขนาดกลางคือ เป็นลักษณะคอนเนอร์หรือมุมกาแฟ เคาน์เตอร์ มินิบาร์ การลงทุนอยู่ที่ประมาณ 100,000-800,000 บาท มีสถานที่ตั้งที่แน่นอน อาจอยู่ในอาคารหรือสำนักงาน หรือห้างสรรพสินค้า โดยจับกลุ่มลูกค้า วัยทำงานหรือกลุ่มระดับกลางอาจมีชุดโต๊ะเก้าอี้นั่งดื่มเป็นมุมกาแฟเพียงไม่กี่จุด ร้านกาแฟระดับนี้สามารถตั้งราคาสูงกว่า ร้านขนาดเล็กได้ ค่าเช่าร้านและสถานที่จึงเริ่มเข้ามามีส่วนในการเปิดร้านอยู่มากพอสมควร จึงต้องคำนึงถึงต้นทุนในส่วนนี้ด้วย แต่ลูกค้าที่เข้ามาดื่มก็อาจจะมีมากกว่า ร้านขนาดเล็กและมีกำลังซื้อได้ดีกว่า หากเลือกทำเลที่ดีและเหมาะสม ผู้ลงทุนต้องหันมาใช้เรื่องการบริการเพื่อให้เกิดการภักดีต่อตัวร้านขึ้น ทำให้ลูกค้ากลับมาดื่มอีกร้านกาแฟระดับนี้ต้องใส่ใจเรื่องการบริหารอย่างมาก เพื่อให้ร้านเติบโตไปได้และอาจจะสร้างชื่อได้ไม่แพ้กาแฟแบรนด์จากต่างประเทศเลยก็ได้ การสร้างแบรนด์เริ่มจากร้านกาแฟขนาดนี้ได้เช่นกันร้านกาแฟขนาดกลาง มีโอกาสที่จะสามารถสร้างแบรนด์จนเป็นกาแฟพรีเมี่ยมได้ ยกตัวอย่างเช่น ร้านกาแฟเขาทะลุ ชุมพร, กาแฟวาวี ,กาแฟดอยช้าง ฯลฯ
3.ร้านกาแฟระดับพรีเมี่ยม
คือร้านกาแฟสดขนาดใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนที่สูง อาจจะใช้เงินลงทุนระดับ ล้านบาทขึ้นไป รูปแบบร้านมีทั้งแบบเช่าสถานที่บนห้าง หรืออาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ เน้นเรื่องความสะดวกสบายและบรรยากาศร้าน เพื่อให้นักดื่มกาแฟได้ผ่อนคลายเรื่องการตกแต่งจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทำให้ต้นทุนเรื่องสถานที่สูงกว่าร้านแบบอื่นๆ ลูกค้าจะเน้นลูกค้าในระดับ กลาง-บน รูปแบบการจัดร้านมีสไตล์หรือคอนเซ็ปต์ ที่แน่นอน ใช้หลักความรู้ในการบริหารจัดการร้านที่ดีมีประสิทธิภาพ รักษามาตรฐานการตลาด และเน้นการสร้างแบรนด์จึงทำให้ใช้ทุนดำเนินการที่สูงกว่าร้านในระดับอื่นๆ แต่การตั้งราคากาแฟก็สามารถตั้งได้สูงตามไปด้วย เช่น แก้วละ 60-100 บาท การแข่งขันในร้านระดับนี้ มักจะมีการครองตลาดจากเจ้าของแบรนด์ ทั้งในประเทศ และจากต่างประเทศ ทำให้ร้านกาแฟรายใหม่เจาะตลาดได้ยากผู้ลงทุนที่อยากเปิดร้านกาแฟในระดับพรีเมี่ยมแต่ไม่มีแบรนด์ของตัวเองควรใช้ แฟรนไชส์จะดีกว่า

2552-08-26

กาแฟเขาทะลุ ชุมพร


กาแฟเขาทะลุ ชุมพร
ในธุรกิจกาแฟของเมืองไทย ชื่อของกาแฟเขาทะลุ แห่งจังหวัดชุมพรเป็นที่ยอมรับว่า อยู่ในระดับแถวหน้าของธุรกิจกาแฟ เป็นแบรนด์ที่ส่งเสริมเกษตรกรในท้องถิ่นโดยอาศัยภูมิปัญญาชาวบ้าน ผู้ปลูกกาแฟ และด้วยความมุ่งมั่นมีประสบการณ์คร่ำหวอดใน วงการกาแฟ มากว่า 30 ปี จนเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าทั้งใน และต่างประเทศจนได้รับประกาศนียบัตรรับรองคุณภาพจาก มหาลัยฮาวาด สหรัฐอเมริกา

คุณวิสุทธิ์ ทองคำ เริ่มต้นธุรกิจมาด้วยความมุ่งมั่น ต้องการให้กาแฟไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล และต้องการให้คนไทยได้ดื่มกาแฟ ที่มีคุณภาพดี อีกทั้งยังส่งเสริมให้คนไทยปลูกกาแฟ ให้เป็นอาชีพที่ยั่งยืนให้ได้เมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพ เทียมเท่ากับต่างประเทศ จนทุกวันนี้ต่างประเทศให้การยอมรับ สูตรกาแฟของกาแฟขาทะลุจะใช้กาแฟ 2 สายพันธุ์ โดยใช้สูตรดังนี้ กาแฟ 100% ใช้โรบัสต้า 70% อราบิก้าคั่วปานกลาง 15% อราบิก้าคั่วเข้ม 15% ใช้นมและน้ำตาลทรายแดง เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกาแฟเขาทะลุ ส่วนอีกสูตรแบล็กคอฟฟี่ โรบัสต้า ใช้ 90% และอราบิก้าคั่วเข้ม 10% กาแฟสองสายพันธุ์นี้จะดีข้อดีคนละอย่าง ที่ต้องแบ่งสัดส่วนกาแฟเพื่อความกลมกล่อมของรสชาติกาแฟโดยกาแฟเขาทะลุ มีสูตรของตัวเองมากกว่า 30 สูตรลงทุนในราคาประหยัด แต่คุณภาพเกินราคา

กาแฟเขาทะลุ มีจุดเด่นที่เมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพ และสูตรการชงที่ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ยังเน้นการทำตลาด โดยจากประสบการณ์ยาวนาน ทำให้มองทิศทางทั้งเรื่อง นิสัยและพฤติกรรมของผู้บริโภคกาแฟ และเข้าใจการดื่มกาแฟของคนไทย โดยต้องเน้นความอร่อยถูกปากคนไทย ราคาระดับที่ซื้อง่ายขายคล่อง จึงจะทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างยาวนานและประสบความสำเร็จกาแฟเขาทะลุจึงเน้นเรื่อง รูปแบบร้านกาแฟขนาดเล็ก ที่ขายเครื่องดื่มราคาในระดับ 25-40 บาท มีสาขามากกว่า 25 สาขาและมีร้านกาแฟที่รับวัตถุดิบแล้วนำไปขายต่อ อีกจำนวนมาก

กาแฟเขาทะลุเน้นความครบวงจร และมีช่องทางการกระจายสินค้า 3 ทางคือ ร้านกาแฟเขาทะลุของตัวเอง ร้านแฟรนไชส์ และร้านกาแฟอื่นที่มารับซื้อวัตถุดิบ จากกาแฟเขาทะลุ
รูปแบบการลงทุนแฟรนไชส์กาแฟเขาทะลุ

-ไม่มีค่าแฟรนไชส์

-จำหน่าย กาแฟคั่วบด คั่วไม่บด ให้กับร้านค้าและผู้สนใจทั่วไป

-การลงทุนร้านกาแฟ ลงทุนขั้นต่ำ 60,000 บาท แล้วแต่สถานที่และกลุ่มลูกค้า หรือทำเล

สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ

1.ได้รับอุปกรณ์การทำกาแฟครบชุดพร้อมเปิดร้านดำเนินธุรกิจทันที เครื่องชงแบบ 2 หัว ชงได้ 300-400 แก้ว

2.ได้รับการอบรมเรื่องสูตรกาแฟและการทำธุรกิจ จากกาแฟเขาทะลุ ชุมพร

3.ได้รับการอบรมการทำตลาด ในพื้นที่จะเปิดร้านกาแฟทำธุรกิจ

กาแฟเขาทะลุมีความมั่นใจในเรื่องคุณภาพไม่เป็นรองใคร แต่ผู้ประกอบการต้องมองทิศทางการตลาดและศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคให้ดีเพื่อให้ธุรกิจก้าวหน้าได้และประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

สนใจธุรกิจแฟรนไชส์กาแฟเขาทะลุ ชุมพรติดต่อได้ที่
45 ซอยอิสรภาพ 3 ถนนอิสรภาพ แขวงสมเด็จพระเจ้าตากสิน เขตคลองสาน ธนบุรี 10600 โทรศัพท์ 081-908-9298,087-009-9405,02-894-7243