2552-07-28

รู้จักธุรกิจกาแฟกันสักนิด ก่อนคิดจะเปิดร้าน


รู้จักธุรกิจร้านกาแฟ ก่อนคิดจะเปิดร้านกาแฟ ด้วยความหอมหวนของมูลค่าตลาดที่สูงถึง 2 หมื่นล้านบาทและมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลาดกาแฟไทย จึงเป็นที่จับตามองของนักลงทุนทั้งไทยและเทศ และเนื่องจากการเปิดร้านกาแฟมีโมเดลที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ทุนสักก้อน ทำเลดีๆ สักแห่ง ก็สามารถเป็นเจ้าของร้านกาแฟได้แล้ว จึงไม่แปลกอะไรที่จะเห็นร้านหรือซุ้มกาแฟแทบทุกมุมถนน แต่ถ้าคิดจะรวยด้วยกาแฟแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้จักตลาด อ่านเกมให้ขาดแบบรู้เขารู้เรา เพื่อนำไปปรับใช้หรืออย่างน้อยก็เป็นความรู้ก่อนการลงทุน
ร้านกาแฟแบรนด์อินเตอร์ ร้านกาแฟนอกที่เข้ามาจับจองตลาดกาแฟสดบ้านเรามีไม่น้อย และส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากมีแบรนด์น่าเชื่อถือแล้ว รสชาติและรูปแบบการให้บริการชั้นยอดก็เป็นที่ถูกอกถูกใจนักกาแฟไม่น้อย จนเริ่มขยายไปยังตลาดภูมิภาคด้วย เช่น ร้านกาแฟสตาร์บัคส์ ร้านกาแฟสัญชาติอเมริกา ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี นับจากก่อตั้งครั้งแรกที่อเมริกา ปี 2514 จนมีร้านกาแฟกว่า 6,000 แห่งใน 30 ประเทศทั่วโลก บวกกับจุดขายที่คัดสรรคุณภาพวัตถุดิบจากต่างประเทศ ทำให้ร้านสตาร์บัคส์ได้รับความนิยมและครองใจลูกค้าระดับบนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ร้านโอบองแปง ร้านกาแฟร่วมสัญชาติอเมริกัน สร้างจุดต่างด้วยรูปแบบที่เหมือนร้านสะดวกซื้อ หรือซูเปอร์มาเก็ต ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ด้วยตนเอง กลอเรีย จีนส์ ธุรกิจแฟรนไชส์ จากอเมริกาที่ชูวิธีการสกัดคาเฟอีนออกจากเมล็ดกาแฟ โดยวิธี Swiss Water สูตรเฉพาะของ กลอเรีย จีนส์ เพื่อคงรสชาติเดิมของกาแฟไว้ให้อย่างดี มาเป็นจุดขายจนประสบความสำเร็จทั่วโลก นอกจากร้านกาแฟจากต่างประเทศอาศัยระบบแฟรนไชส์มาควบคุมมาตรฐานให้สามารถขยายสาขาได้อย่างรวดเร็วแล้ว นักลงทุนต่างชาติอีกไม่น้อยที่เห็นช่องว่าง จึงเข้ามาลงทุนในตลาดกาแฟไทย เช่น คอฟฟี่เวิลด์ ซึ่งถือว่าเป็นร้านกาแฟสดคุณภาพที่คอกาแฟนิยมยอมรับในรสชาติ จุดเริ่มต้นมาจากการร่วมลงทุนระหว่างชาวไต้หวันและอังกฤษ ผู้ชื่นชอบในรสชาติของเครื่องดื่มเอสเพรสโซ และใช้เมล็ดกาแฟพันธุ์อาราบิก้า ซึ่งปลูกในประเทศไทย จึงทำให้กาแฟของคอฟฟี่เวิลด์ ราคาถูกกว่าร้านกาแฟที่นำเข้าเมล็ดกาแฟจากต่างประเทศ
ร้านกาแฟแฟรนไชส์ สายพันธุ์ไทยpp ปัจจุบันกาแฟสดที่มีคนไทยเป็นเจ้าของกิจการมีมากมาย ตั้งแต่ร้านขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ เช่น ร้านแบล็คแคนยอน, บ้านใร่กาแฟ , คาเฟ ดิโอโร่, Caffe D’Lana และ Post Café เป็นต้น ซึ่งแต่ละร้านก็มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป ร้านแบล็กคอนยอนที่ฉีกแนวการขายกาแฟ ด้วยการขายกาแฟควบคู่กับอาหาร จะจับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-ระดับบน มีจุดขายที่ความสดใหม่ของกาแฟ ด้วยการชงกาแฟ 1 ซองต่อ 1 แก้ว แบล็คแคนยอนได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำของร้านกาแฟสไตล์ Coffee & Restaurant บ้านใร่กาแฟ ร้านกาแฟระบบแฟรนไชส์ที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของตัวอาคารทรงไทยโมเดิร์น ภายใต้แนวคิด “สวนแห่งการดื่มกาแฟ” และผสานยุทธวิธีป่าล้อมเมือง เจาะลงพื้นที่ปั๊มน้ำมัน ทำให้บ้านใร่กาแฟกลายเป็นร้านกาแฟชั้นนำภายในเวลาไม่นาน คาเฟ ดิโอโร่ คือ อีกหนึ่งธุรกิจร้านกาแฟสดคุณภาพ ซึ่งควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ ตั้งแต่เริ่มปลูกต้นกาแฟ คัดเมล็ด การคั่ว บด จนถึงกลั่นเป็นน้ำกาแฟเข้มข้น เน้นกาแฟคั่วสดสไตล์อิตาเลียน ยึดพื้นที่ในปั๊มน้ำมันเชลล์ Caffe D’Lanna ร้านกาแฟล้านนาชั้นดีจากเทือกเขาสูงล้านนาไทย จุดขายอยู่ที่คุณภาพและรสชาติ ส่วนรูปแบบร้านกาแฟ มีทั้งคีออสก์และคอฟฟี่คอร์เนอร์แอนด์แซนด์วิชบาร์ ส่วนใหญ่จะเปิดอยู่ในศูนย์การค้าหรืออาคารสำนักงาน Post Café เป็นการนำร้านกาแฟกับธุรกิจไปรษณีย์มารวมกัน ภายใต้สโลแกน “บริการกาแฟสด ขายความคิดถึง รับส่งความห่วงใย”

2552-07-26

ธุรกิจร้านกาแฟกับแนวโน้มการตลาด



ร้านกาแฟกับแนวโน้มการตลาด ไม่นานมานี้พบว่า ธุรกิจร้านกาแฟมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลมาจากการแข่งขันระหว่างธุรกิจร้านกาแฟรายใหญ่จากต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในบ้านเรา ทำให้วงการธุรกิจร้านกาแฟคึกคักอย่างเห็นได้ชัด และในขณะเดียวกันก็ปลุกกระแสคอกาแฟที่เดิมนิยมดื่มกาแฟผงสำเร็จรูปให้หันมาดื่มกาแฟสดมากขึ้น จากผลการสำรวจโดย บริษัทศูนย์วิจัยกสิกร จำกัด พบว่า พฤติกรรมการดื่มกาแฟของคนไทยนับตั้งแต่ปี 2545-2548 มีมูลค่าตลาดสูงกว่า 100 %


ปี กาแฟผง กาแฟกระป๋อง กาแฟพรีเมี่ยม มูลค่าตลาดรวม

ปี 2545 5,600 6,000 3,000 10,000

ปี 2546 7,800 6,300 3,500 17,000

ปี 2547 8,500 6,600 4,000 19,100

ปี 2548 9,300 7,000 4,700 21,000

การบริโภคกาแฟของคนไทยยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ คือ บริโภคน้อยกว่าร้อยละ 0.5 กิโลกรัม/คน/ปี หรือ ประมาณ 130-150 ถ้วย/คน/ปี หรือ ไม่ถึง 1 แก้ว/คน/วัน หรือถ้าเทียบเป็นอัตราส่วนของผู้บริโภคแล้ว คนดื่มกาแฟจะมีประมาณ ร้อยละ 30 ของประชากรทั้งหมดเท่านั้น ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับชาวญี่ปุ่นที่ดื่มกาแฟเฉลี่ย 500 แก้วต่อคนต่อปี หรือชาวอเมริกันที่ดื่มกาแฟเฉลี่ย 700 แก้วต่อคนต่อปี ซึ่งจากการประเมินตัวเลขดังกล่าว ทำให้นักธุรกิจหลายคนมองว่า ตลาดกาแฟสดมีโอกาสทะลุระดับ 7,000 ล้านบาท ในอีก 5 ปีข้างหน้า ตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มองการดื่มกาแฟเป็นสิ่งที่แสดงรสนิยมมากขึ้น สำหรับธุรกิจ SMEs แล้ว หากใครสามารถแบ่งส่วนการตลาดมาแค่ร้อยละ 5-10 ก็นับว่าประสบความสำเร็จแล้ว แต่อย่าลืมว่า ก่อนเปิดธุรกิจกาแฟ สิ่งสำคัญที่มือใหม่ต้องทำ คือ ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคให้ชัดเจน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอายุประมาณ 25-40 ปี และในขณะเดียวกันก็ต้องสามารถสร้างจุดเด่นของร้านให้แตกต่างกับแบรนด์เจ้าตลาด หรือ คนที่ทำมาก่อน ทั้งในสูตรการคั่วกาแฟ การปรุงรส เป็นต้น เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคอกาแฟ

กาแฟไทยในอดีต

ในอดีตเราทุกคนคงเคยเห็น ภาพการชงกาแฟโดยใช้ถุงผ้า ตักน้ำร้อนลวกผ่านถุงผ้าได้น้ำกาแฟที่เข้มข้น เติมน้ำตาล เติมนม กินกับปาท่องโก๋ ตอนเช้าจะมีผู้คนมารวมตัวพบปะพูดคุย กันที่ร้านกาแฟจนกลายเป็นสภากาแฟ แต่ปัจจุบันนี้ หาบรรยากาศแบบนั้นได้ยากเต็มที