2554-09-03

ประวัติการเดินทางของเมล็ดกาแฟ


มาดูประวัติการแพร่กระจายตัวของเมล็ดกาแฟ ไปยังแหล่งต่างๆของโลกกัน หลังจากที่เด็กเลี้ยงแกะชาวเอธิโอเปีย ชื่อ คาลดี เจอเมล็ดกาแฟ ผู้คนก็เริ่มนิยมดื่มกาแฟกันโดยยุคแรกๆเป็นการนำเมล็ดกาแฟมาตากแห้งและบดเหมือนยาสมุนไพรทั่วไป ก่อนนำมาต้มแล้วดื่มน้ำ กาแฟได้แพร่กระจายไปบริเวณใกล่เคียง แต่กว่ากาแฟจะเป็นที่รุ้จักของคนทั่วโลกก็ใช้เวลานานถึง 10 ศตวรรษเลยทีเดียว ตำนานสมัยโบราณนั้นกาแฟเป็นของต้องห้ามของชาวอาหรับ การดื่มกาแฟ การค้าขาย และขยายพันธุ์ก็ตกอยู่เพียงชาวอาหรับเท่านั้น ชาวอาหรับหวงแหนเมล็ดกาแฟมากๆ

ประวัติของเมล็ดกาแฟ

แต่ถูกลักลอบนำออกนอกประเทศ โดยนายบาบา บูดาน ผู้มีถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ที่เมืองไมซู ทางภาคกลางของประเทศอินเดีย ได้เดินทางไปแสวงบุญที่กรุงเมกกะ ก่อนเดินทางกลับจากแสวงบุญ นายบาบา บูตานก็ไต้ไปแสวงหาเมล็ดกาแฟสุกที่ยังไม่ได้ผ่านการต้ม โชคเข้าข้างนายบาบา บูตาน เขาได้เมล็ดกาแฟที่ยังไม่ได้ผ่านการต้มหรือเมล็ดกาแฟดิบมาได้ 6-7 เมล็ด เขาแอบชุกไว้ที่ผ้าคาดเอว เมื่อกลับมาถึงไมซู บ้านของเขา ก็นำมาเพาะและปลูกไว้ทีหลังบ้าน เมื่อต้นกาแฟที่เพาะได้ขี้น ความที่เป็นคนมีน้ำใจดี ใจกว้าง เขาก็แบ่งต้นกล้าที่เพาะได้ให้กับพ่อค้าชาวตัตไปต้นหนึ่ง

พ่อค้าซาวดัตช์เมื่อได้ต้นกาแฟจากนายบาบา บูตาน ก็นำไปทดลองปลูกที่เกาะชวา และประสบความสิาเร็จอย่างงดงาม กาแฟต้นนี้ก็ได้กลายเป็นต้นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ของกาแฟอินโดนีเซีย ส่วนพ่อค้าชาวดัตช์เมื่อจะเดินทางกลับประเทศของตน ก็ได้นำต้นกล้ากาแฟที่เพาะได้ใหม่นำติดตัวกลับไปด้วย และได้นำไปปลูกที่สวนพฤกษชาติในกรุงอัมสเตอร์ดัม ผลก็คือต้นกล้าต้นนี้ก็กลายเป็นต้นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ของกาแฟในยุโรป และขยายต่อไปยังอเมริกาใต้ ส่วนต้นกล้าของนายบาบา บูดานกลายเป็นต้นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ของกาแฟในอินเดีย ที่เล่ามาข้างต้นเป็นตำนานเล่าขานกันมาจากปากต่อปากหาหลักฐานยืนยันค่อนข้างยาก

คราวนี้เราลองมาดูประวัติของกาแฟจากหลักฐานที่มีการบันทึกดูบ้าง หลักฐานชิ้นแรกที่มีการบันทึกเรื่องราวของกาแฟนั้นเริ่มปรากฏให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาในต้นศตวรรษที่ 3
ซึ่งมีการบันทีกโดยนายแพทย์ชาวเปอร์เชียชื่อ ชากาเรียอัลราซี ทำให้เราทราบว่ากาแฟนั้นมีจุดเริ่มต้นจากที่ราบสูงของเอธิโอเปีย จากนั้นก็เริมแผ่ขยายไปยังประเทศยีเมน และในปีค.ศ.1587 มาลาเย จาชีรี ได้รวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับกาแฟและมีการบันทึกไว้ว่า กาแฟนั้นเป็นเครื่องดื่มของพระที่อาศัยอยู่ในอารามซูฟี ประเทศยีเมนซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของอาราเบีย และการคั่วและต้มกาแฟก็ได้เกิดขึ้นที่อารามแห่งนี้และได้กลายเป็นต้นแบบของการคั่วและชงกาแฟอย่างที่เราชงดื่มกันในปัจจุบัน

สาเหตุที่เครื่องดื่มชนิดนี้เป็นที่นิยมในหมู่พระก็เพราะมีสรรพคุณในการขจัดความง่วงและเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าให้กับเหล่าพระในเวลาสวดมนต์ และมีชื่อเรียกกันในหมู่พระว่าผลไม้หมักจากถั่ว (wine of thebean) ซึ่งมีชื่อในภาษาอาหรับว่า คาวาห์ (Qahwa) หรือภาษาเตอร์กีซึ่งมีสำเนียงใกล้เคียงกันว่า คาเวห์ (kahve) สันนิษฐานว่า ชื่อนี้น่าจะได้มาจากเมืองคัฟฟา (Kaffa) ในเอธิโจเปีUซึ่งเป็นจตค้นพบผลไม้ชนิตนี้และเชื่อกันว่าเดิมผลไม้พุ่มชนิดนี้มีชื่อเรียกกันในภาษาพื้นเมืองว่า บัน หรือ บันนา (Bunn หรือ Bunna หรือ Bunnu) ส่วนชื่อกาแฟ Coffee นั้นเริ่มปรากฏในภาษาอังกฤษในปี ค.ศ.1598 โดยชื่อนี้ได้นำมาจากภาษาดัตช์จากคำวา โคฟี(koffie) ซึ่งนำมาจากภาษาเตอร์กีว่า คาเวห์ (kahve)

2554-08-19

ธุรกิจร้านกาแฟสดไร่ช่อลดา

วันนี้มีข้อมูลธุรกิจแฟรนไชส์ร้านกาแฟสดมาฝากสำหรับท่านที่กำลังมองหาแฟรนไชส์ธุรกิจร้านกาแฟสด ลองๆอ่านเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจกับหลายๆแห่งเพื่อเลือกข้อมูลที่ดีที่สุดนะครับ ธุรกิจแฟรนไชส์กาแฟสดไร่ช่อลดา
กาแฟสดไร่ช่อลดาธุรกิจร้านกาแฟสด ทางเลือกใหม่เพื่อคนที่อยากจะมีร้านการของตัวเอง วันนี้เริ่มต้นได้ง่ายๆราคาเริ่มต้นเพียง 13,900 บาทเท่านั้น

ธุรกิจร้านกาแฟสดไร่ช่อลดา
จุดเด่นของกาแฟสดไร่ช่อลดา
-มีชุดโปรโมชั่นมากมายให้เลือก (ด่วนมีจำนวนจำกัด)
-ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายเดือน,รายปี
-ไม่ต้องจ่าง%จากยอดขาย
-กำไรมากกว่า 50%/แก้ว
-รับประกันเครื่องชงกาแฟ 1 ปี
-รับประกันเครื่องบดกาแฟ 6 เดือน
-มีเมนูกาแฟสดและเครื่องดื่มอร่อยให้เลือกมากมาย

แฟรนไชส์ / ราคา(ไม่รวมเคาน์เตอร์) / ราคา+เคาน์เตอร์
ชุดที่1. /13,900 /28,900
ชุดที่2. /15,900 /30,900
ชุดที่3. /18,900 /33,900
ชุดที่4. /22,900 /36,900
ชุดที่5. /25,900 /39,900
ชุดที่6. /28,900 /42,900
ชุดที่7. /29,900 /49,900


อุปกรณ์ของแถมมากมาย
1 สอนการชงกาแฟครบหลักสูตร
2 เครื่องชงกาแฟ cafeRoma ฮดำจำนวน 1 เครื่อง
3 โถปั้มฟองนม 1 อัน
4 คาแฟ extra espresso จำนวน 500 กรัม
5 กาแฟ Arabica 100% จำนวน 500 กรัม
6 ชาแดง จำนวน 500 กรัม
7 โกโกั จำนวน 500 ก$น
8 ชาเขียว จำนวน 500 กตม
9 ถ้วยตวง 2 ใบ
10 ช้อนสเตนเลส 2 คัน
11 ช้อนตักกาแฟ 1 อัน
12 นมข้นหวาน 5 กระปฉง
13 นมปรุงแต่ง 5 กระป๋อง
14 นมสด 1 กล่อง
15 หลอดงอน้ำตาล จำนวน 1 ห่อ
16 ช้อนคนกาแฟรอน 1 ห่อ
17. แก้วเย็น 50 ใบ
18. ฝาโดม 50 ใบ
19. แก้วร้อน 5 0 ใบ
20 ขวดโหล 2 ใบ
21.ป้ายเมนู 1 อัน

นอกจากนี้กาแฟสดไร่ช่อลดา ยังจำหน่ายเมล็ดกาแฟคั่ว, บด
ราคาขายปลีก
เมล็ดกาแฟ Espresso 280/กก.
เมล็ดกาแฟ Extra Espresso 290/กก.
เมล็ดกาแฟ Arabrica 350/กก.
ชาดำ/ชานม 170/กก.
ชาเขียวนม 270/กก.
โกโก้ 260/กก.


สนใจอยากร่วมธุรกิจร้านกาแฟสดไร่ช่อลดา
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กาแฟสด ไร่ช่อลดา 23 ถ.รังสิต-นครนายก(คลอง1) ซ.5 ต.ประชาธิปัติย์ อ.ธัญญบุรี จ.ปทุมธานี 12130 โทร.086-391-7677,081-900-5497,085-088-8410,Fax 02-997-1347,หรือที่ www.raicholadacoffee.com ,email:cholada_coffeee@hotmail.com

2554-07-29

วิธีการตุ๋นนมวัวเพื่อใช้ในร้านกาแฟ

นมที่มีอยู่ในท้องตลาดมี 3 ชนิด ได้แก่ นมโคสด 100 % นมโคพร่องมันเนย นมโคขาดมันเนย
1. นมโคสด 100 % คือ นมที่รีดสดๆจากแม่โคและจำหน่ายโดยตรงจากเกษตรกรถึงผู้บริโภค การฆ่าเชื้อโรคจะเลือกใช้วีธีการต้มหรืออุ่น ทีส่วนใหญ่เราเรียกว่า

2.นมโคพร่องมันเนย คือนมที่รีดจากแม่วัว และแยกมันเนยออกเพียงบางล่วน
3.นมโคขาดมันเนย คือนมที่รีดจากแม่วัวและแยกมันเนยออกเกือบหมด เรียกว่า หางนม(skim milk)

การตุ๋นนมวัว

ภาพจากnever-age.com

*นมสด 100% ให้ดูที่ข้างกล่อง จะเขียนคำว่า นมสดี แต่มีนมอยู่ 2 ชนิดที่มักจะไม่เข้าใจ คือนมพร่องมันเนย กับนมขาดมันเนย นมพร่องมันเนยดือ นมที่ตักมันเคยออกบางส่วนแล้วเอาเนยไปทาอยางอื่น อาจจะมีมันเนยอยูไม่กี่เปอรเซ็นต ส่วนนมขาดมันเคยคือแยกมันเคยออก เรียกว่า หางนม ส่วนใหญ่่มักจะนำ้ไปผสมกลี่นต่างๆ เช่น วานิลลา ชอคโกแลต น้ำตาลเข้าไป กินแล้วไม่เหมาะต่อสุขภาพ อาจเป็นโรคเบาหวานได้

*หางนม (skim milk) คือนมที่ แยกเอาไขมันออก มีสารอาหารครบเกือบทุกตัว ยกเว้น ไขมัน และวิตามินที่ละลายในไขมัน หางนมเป็นแหล่งที่ดีที่สุดของโปรตีนจากสัตว์ ซึ่งมีคุณภาพสูง และมีแร่ธาตุพวก ca และ p ด้วย นอกจากนี้ยังมีและโตสอยู่เกือบเท่ากับที่มีอยู่ในน้ำนม ดังนั้นหางนมจึงใข้เปันอาหารที่ดี
ที่สุดของ สัตว์อ่อน และยังเป็นอาหารที่ดีที่สุด และเป็นแหล่งของโปรตีนนมและแร่ธาตุราคาถูกสำหรับมนุษย

การพาสเจอไรซ์ หมายอึงการทำให้อนุภาคของนมทุกอนุภาคผ่านความร้อนที่อุณหภูมิ 140 องศาฟาเรนไฮต์ เป็นเวลานานอย่างน้อย 30 นาที หรือที่อุณนภูมิ 161 องศาฟาเรนไฮต เป็น
เวลา 15 นาที

ถ้าในกรณีที่ผลิตภัณฑ์นมมีปริมาณไขมันสูง ควรใน้ผ่านความร้อนที่อุณหภูมิ 150 องศาฟาเรนไฮต์ เป็นเวลา 30 นาทีหรืออุณหภูมิ 166 องศาฟาเรนไฮต์ เป็นเวลา 15 นาที จนกระทั่งสามารถทำลายจุลีนทรีย์ที่เปันพีษได้ แต่ไม่ทำให้กลิ่นรสและส่วนประกอบของนมเปลี่ยนแปลงไป อุณหภูมิที่ใช้ในการพาสเจอไรซ์จะทำลายเชื้อรา ยีสต์ที่มีอยู่ในนมทั้งหมด ดังนั้นเราทำพาสเจอไรซ์เพื่อ

1.ทำลาย pathogenic bacteria ทุกชนิดที่ทำให้เกิดโรคคนและโรคสัตว์
2.ลดประมาณจุลินทรียทั่วๆไปใช้น้อยลง
3.ทำลายเอ็นไซม์ต่างๆในน้ำนม เช่น ipase,alkaline phosphatase
4.ทำให้อายุการเก็บรักษายาวนานขึ้น (ประมาณ 3 วันตามกฎหมาย)
5.รักษาคุณสมบัติให้เหมือนน้ำนมสดตามธรรมชาติการพาสเจอไรซ์ใม่เหมือนกับการสเตอริไรสั เนื่องจากวาการพาสเจอไรซจะทำลายจุลินทรียด้เพียง 95-99 0/0 เท่านั้น

ส่วนการสเตอริไรส์จะทำลายจุลินทรีย์ได้ทั้งหมด ประสิทธิภาพในการทำลายจุลินทรีย์ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิ และเวลาในการพาสเจอไรซ์

ถ้าเราไม่มีเครื่องฆ่าเชื้อโรค ก็สามารถใช้หม้อต้มธรรมดา แล้วจึงใช้เทอร์โมมิเตอร์จับอุณหภูมิ ก็สามารถทำได้เช่นกัน

เราจะต้องมีเตาแก๊สปิกนิกอีก 1 ใบ สำหรับเอาไว้ใช้กับหม้อสังขยา จึงจะสมบูรณ์แบบ และการตุ๋นนมโคนั้นจะมีความพิเศษตรงที่ว่าน้ำนมที่ตุ๋นออกมาแล้วจะมีความอร่อยหอมนมสดแท้ๆและไม่ต้องคำนึงว่านมในหม้อจะเกีดการไหม้ไฟ

วิธีการตุ๋นเราจะใช้น้ำเป็นตัวนาความร้อน เพราะฉะนั้นเราจึงต้องใช้หม้อ 2 ขนาดซ้อนกันใบลางจะใหญ่กว่าใบบน ใส่น้ำในหม้อใบล่าง ต้มด้วยไฟอ่อนๆจน เดือดที่ เห็นคือนมสดแท้ที ตุ๋นเสร็จเเล้ว ให้ผู้อ่านสังเกตคราบสีน้ำตาลข้างๆหม้อว่า นี่ขนาดใช้วิธีการตุ๋นด้วยน้ำร้อนยังทำให้เกิดคราบในหม้อของนมได้ ถ้าเราใช้วิธีการต้มโดยตรง เราจะดูแลน้ำนมในหม้อของเรค่อนข้างลำบากครับ

นมสดตุ๋นที่ตุ๋นสำเร็จแล้ว พร้อมนำไปประกอบเป็นเครื่องดื่มชนิดต่างๆอยากให้สังเกตแผ่นคราบทลอยบนหน้านานมวามลักษณะคล้ายของเต้าหู้ คราบนี่แหละคือ หัวของนมสดที่ถูกความร้อนแล้วแยกตัวลอยหน้าขึ้นมา เจ้าคราบหัวนมนี่เองที่คนส่วนใหณมักไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร แต่ลูกค้าชอบให้ตักใส่ให้เพราะว่ามันอร่อย
ทีจริงแล้วเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่เมื่อตัวออกไปหมดแล้ว น้ำนมที่เหลือก็จะเจือจางลง และความหอมเข้มข้นก็จะหายไปด้วยทางที่ดี หวังไว้ดีกว่า จะตักนมขายให้ลูกค้าครั้งใด ผู้เขียนแนะนำว่าให้ใ้วิธีคนให้ทั่วๆอย่างเบาๆ แล้วตักขายพร้อมกัน

การเตรียมนมโคนั้น ถ้าร้านกาแฟร้านใด จะเลือกใช้เป็นน้ำนมโคสดๆที่ตุ๋นแล้วนำไปใช้ชงเครื่องดื่มเพียวๆเลย ก็สามารถที่จะทำได้เลยและจะเข้มข้นดีด้วย แต่ยังมีร้านขายนมสดบางด้านจะมีเคล็ด

วิธีการเตรียมนมสดที่จะขายแต่ละวันไว้ 2 ชนิดคือ นมสดสำหรับงเครื่องดื่มชนิดเย็นทุกชนิด คือ นมเย็น กาแฟเย็น หรือเครื่องดื่มชนิดเย็นทุกชนิด จะต้องเตรียมนมวัวแท้ 100% 1 ส่วน น้ำสะอาด ฯ ส่วนนำมาผสมกัน และต้มด้วยไฟอ่อนปานกลางใน้เดือดพอนมเดือดจึงใส่ใบเตยหอมพอประมาณ หรือไฟให้เบาที่สุด เพื่อน้ำนมจะได้ร้อนตลอด หรือจะนำไปตุ๋นด้วยน้ำร้อนก็ได้ และเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ด้วยหรือถ้าลูกค้าท่านใดต้องการเป็นนมร้อน เครื่องดื่มผสมด้วยนมร้อนทุกชนิด ผู้อ่านจะต้องใช้เป็นนมโคสดแท้ 100% ห้ามมีส่วนผสมของน้ำมาชงให้ลูกค้าโดยเด็ดขาด เพราะนมร้อนจะไม่มีส่วนผสมต่าง ๆ เหมือนกับการชงนมเย็น เพราะในการดื่มนมร้อนถ้าไม่ใช้นมโคแท้ 100% มาชง มันจะทำให้รสชาติขาดหายไปส่วนการชงนมเย็นจะต้องมีส่วนผสมของนมสด นมข้นน้ำตาลทราย เข้ามาผสมเพิ่ม เพื่อที่ว่ารสชาติที่ได้ออกมาจะเข้มข้นเพราะต้องนำไปผสมกับน้ำแข็ง