2554-04-01
วิธีลดต้นทุนร้านกาแฟ
การทำธุรกิจไม่ว่าธุรกิจอะไร เรื่องต้นทุนเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งในภาวะการแข่งขันทุกวันนี้ ใครที่สามารถยืนหยัดได้นาน คนนั้นถึงจะรอด การลดต้นทุนร้านกาแฟเป็นเรื่องดี แต่อย่าลดต้นทุนจนผุบริโภค ได้กินกาแฟที่ไม่มีคุณภาพ วันนี้มีบทความเกี่ยวกับการลดต้นทุนร้านกาแฟมาฝากเจ้าของร้านกาแฟทุกๆท่านครับ การเปิดร้านกาแฟถึงแม้ว่าจะง่าย แต่กำไรของร้านกาแฟก็ไม่มาก เป็นที่หามาได้ล้วนได้มาอย่างยากลำบาก หลาย คนอาจจะใช้เงินที่สะสมมาทั้งชีวิตในการเปิดกิจการ ดังนั้นเวลาที่ตัดสินใจเปิดร้านกาแฟจะต้องใช้เงินให้เกิดประโยชน์ มากที่สุด อะไรควรจ่ายก็จ่าย ส่วนไหนประหยัดได้ก็อย่าใช้ให้สิ้นเปลือง ในการเปิดร้านกาแฟอะไรคือเงินที่สมควรจ่าย เจ้าของร้านกาแฟทุกคนล้วนกล่าวว่า “ถ้าอยากจำหน่ายสินค้าดีและมี คณภาพ ก็อย่าลดต้นทุนวัตถุดิบด้านอาหารโดยเด็ดขาด หรืออาจกล่าวได้ว่าของที่ขายนั้นจะต้องดี ดังนั้น วัตถุดิบที่ใช้ก็ต้อง มีคุณภาพที่ดีที่สุดด้วย เพราะฉะนั้นต้นทุนด้านอาหารจึงไม่ควรลดลง เมื่อร้านกาแฟสักแห่งคิดจะลดต้นทุนด้านวัตถุดิบ ร้านแห่งนั้นไม่มีทางที่จะประสบความสาเร็จได้ ดังนั้นการลดต้นทุนในการเปิดร้านกาแฟ นอกจากจะต้องมีการวางแผนที่ดีและมีการจัดการที่ดีแล้ว ยังมีวิธีการบางอย่างใน การลดต้นทุนที่ผู้ประกอบการควรพิจารณาด้วย คือ 1.ประหยัดต้นทุนในการออกแบบร้านกาแฟ ต้นทุนที่จะสามารถประหยัดได้ในการเปิดร้านกาแฟก็คือ การออกแบบและการตกแต่ง หลายคนมักจะจัดลำดับความ สาคัญผิดใป โดยนำเอาเงินส่วนใหญ่ ไปลงทุน ในการออกแบบและการตกแต่ง จากนั้นเมื่อมาพบทีหลังว่าเงินไม่พอก็เลยลด ต้นทุนด้านอุปกรณ์ลงแทน แต่จริงๆ แล้วนี่เป็นความสัมพันธ์ที่กลับกัน นอกเสียจากว่า คุณจะมีเงินลงทุนในจำนวนที่ไม่จำกด ไม่เช่นนั้น การประหยัดต้นทุนในการออกแบบและตกแต่งก็เป็นวิธีการประหยัดต้นทุนที่ดีที่สุดและช่วยเพิ่มความรวดเร็ว ในการคืนทุนอีกด้วยตอนที่ผู้ประกอบการวางแผนค่าใช้จ่ายสำหรับการออกแบบตกแต่ง อาจจะนำเงินทุนที่เตรียมไว้ทั้งหมดมาหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ค่าอุปกรณ์ ค่าวัตถุดิบ รวมทั้งเงิน ทุนหมุนเวียนในช่วงหกเดือนเสียก่อน หลังจากนั้นเหลือเงิน เท่าไรจึงค่อยนำไปใช้กับการออกแบบตกแต่ง หรือถ้าหากตัว คุณเองรู้จักกับเพื่อนที่มีความรู้ในการออกแบบ ก็สามารถให้เขาช่วยได้ ต้นทุนในส่วนนี้ก็อาจจะประหยัดลงไปได้อีกหลาย หมื่นถึงหลายแสนบาท นอกจากนี้การนำอุปกรณ์บางอย่างมาใช้แทนการตกแต่ง ก็จะช่วยประหยัดต้นทุนได้เช่นกัอัน ถ้าปกติเจ้าของกิจการชอบ สะสมของกระจุกกระจิกหรือผลงานศิลปะ ก็สามารถใช้เทคนิคในการจัดวางมาทดแทนการออกแบบภายในได้ และยังเป็นการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิผลอีกด้วย เช่น ในร้าน ประดับด้วยชองกระจุกกระจิก รวมถืง ถ้วยชามที่เจ้าของร้านเก็บสะสมไว้เวลาไปเที่ยว ตามสถานที่ต่างๆ ตกแต่งภายในร้านให้มีรูปแบบเหมือนบ้านเล็กๆ หรือบนเคาน์เตอร์บาร์จะแขวน การ์ดเอาไว้ ซึ่งเปุนการ์ดที่ลูกค้าทั่วโลกส่งมาให้เจ้าของร้าน และยังมีชุดถ้วยกาแฟที่ลูกค้าส่งมาให้อีกเช่นกัน สิ่งเหล่านี้กึเป็นส่วนหนื่งของการตกแต่งภายในได้ ประหยัดต้นทุนในการติดตั้งอุปกรณ์ อุปกรณ์ต่างๆ นั้นมีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนผู้ประกอบการทั่วไปล้วนอยากจะใช้อุปกรณ์ที่เป็นของใหม่ด้วยกันทั้งนั้น การติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้จะต้องใช้เงีนหลายแสนบาท แต่ถ้ามีเงินทุนจำกัด และคุณพอจะมีความรู้พื้นฐาน เกียวกับอุปกรณ์เหล่านั้นอยู่บ้าง ก็ใม่จำเป็นต้องซื้อของใหม่ก็ได้ เพราะยังมีแนวทางอื่นๆ อีกมากที่สามารถติดตั้งและหา ซื้ออุปกรณ์ในราคาที่ถูกมากได้ 1.ของมือสอง จริงๆ แล้วความรวดเร็วในการปิดกิจการร้านกาแฟก็เท่ากับความรวดเร็วในการเปิดกิจการเช่นกัน นอกจากการเซ้ง ร้านแล้วรับช่วงอุปกรณ์ต่อ ก็ยังมีอุปกรณ์อีกเป็นจำนวนมากหลั่งไหลเข้าไปในตลาดมือสอง ซื่งอุปกรณ์และเครื่องมือเหล่า นี้โดยส่วนมากล้วนเป็นของใหม่ประมาณ 80-90 % สามารถซื้อได้ในราคาครึ่งหนึ่งหรือเศษหนื่งส่วนสาม สถานที่ขาย สินค้ามือสองโดยทั่วไปจะอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ และตามเมืองต่างๆ ก็มีเช่นกัน ลองไปสอบถามดูแล้วคุณก็จะเจอสิ่งที่ต้องการ 2.ของลดราคาในอินเตอร์เน็ต บางครั้งในอินเตอร์เนทอาจจะมีข่าวคราวการลดราคาสินค้าบางขนิดอยู่ก็สามารถเข้าไปดูได้ ไม่ได้มีเพียงสินค้ามือ สองเท่านั้น แต่ยังมีอุปกรณ์ใหม่ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องรุ่นเก่าหรือเครื่องรุ่นใหม่ล่าสุด ก็จะถูกนำออกมาลด ราคาขาย ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าในท้องตลาดทั่วไป ขอ แค่ระมัดระวังสักเล็กน้อยก็จะสามารถหาสินค้าที่เหมาะสมใน ราคาทีถูกลงได้ 3.ตามงานแสดงสินค้า ของบริษัทต่างๆ บริษัทจัดจำหน่ายอุปกรณ์ อาจจะนำเครึ่องชงบางส่วนมาติดตั้งไว้หน้าร้านนเพื่อจัดแสดงให้ลูกค้าดู เครื่องที่ใช้จัดแสดง เหล่านี้ล้วนถูกแกะออกจากกล่อง แต่ยังไม่ได้ใช้งาน หากบริษัทต้องการเปลี่ยนเครื่องที่จะนำมาแสดงก็อาจจะลดราคา เพื่อขายให้แก่พนักงานหรือขายเข้าสู่ตลาดมือสองก็เป็นได้ ถ้าคุณอยากจะประหยัดต้นทุนก็สามารถตกลงราคากับบริษัทจัด จำหน่ายหรือบริษัทตัวแทนจำหน่ายดูได้ และอาจจะได้ลดราคาหลายหมื่น หรืออาจจะได้ลดมากกว่าครึ่งก็เป็นได้ 4.ลดต้นทุนด้านพนักงาน ค่าใช้จ่ายด้านพนักงานก็เป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการพิจารณาลดต้นทน ร้านหลายๆ แห่งอาจจะดำเนินกิจการ โดยอาศัยเจ้าของร้านเพียงคนเดียว เดือนหนึ่งอาจจะทำเงินได้หลายหมื่นบาท ดังนั้นหากเจ้าของร้านมีสุขภาพแข็งแรงและมี ความคล่องแคล่ว ก็จะทำงานแบบ “หนื่งคนเหมือนสิบคนทำให้สามารถประหยัดต้นทุนพนักงานลงไปได้ ถ้าต้องการจะหาคนมาช่วยไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำหรือนักศึกษาฝึกงาน การหาพนักงานที่ดีและเหมาะกับงานก็ จะสามารถประหยัดต้นทุนด้านพนักงานลงไปได้มาก เนื่องจากบางคนมีปฏิกิริยาทีกระฉับกระเฉง เพียงคนเดียวก็ สามารถทำงานได้แทนคนสามคน แต่บางคนเรียนรู้ช้า ถึงจะมีสองคนแต่ก็ยังทำงานสู้กับคนเพียงคนเดียวไม่ได้ ดังนั้นพนัก งานที่คุณจ้าง หากเป็นแบบนนึ่งคนทำงานได้เท่าสองคน ในแต่ละเดือนเจ้าของร้านก็จะสามารถประหยัดคาใช้จ่ายด้าน พนักงานไปได้มากโข *การซื้อเครื่องชงกาแฟมือสอง ถ้าเครื่องชงกาแฟที่ซื้อเป็นเครื่องมือสอง ผู้ประกอบการ ควรจะต้องระมัดระวังเรื่อง การหมุนเวียนป้ายสินค้า สภาพของเครื่อง ระยะเวลาการใช้งาน และจะต้องดูว่ามีหนทางทีจะติดต่อกับโรงงานผู้ผลิตเพิ่มหรือบริษัท ตัวแทนจำหน่ายหรือเปล่า เนื่องจากเครื่องต้องซ่อมแซมหรือขัด หาอะไหล่จะได้สามารถติดต่อโรงงานมาบริการให้ได้ ไม่ใช่ว่าซื้อเครื่องมาแล้ว กลายเเป็นเครื่องกำพร้า ก็คงไม่มีใครช่วยอะไรได้นอกเสียจากว่าคุณเปิดกิจการเครื่องชงกาแฟ สามารถซ่อมแซมเองและหาอะไหล่เองได้ ก็ไม่เป็นไรอย่างเช่นกาเจิ้นอวี้จุ้า ของร้านคาเฟยเฮยเฉาและหูเจียหยวน เจ้าของร้านพอซีหมี่ย่าเหยิน พวกเขาศึกษาเครื่องชงกาแฟสไตล์อิตาลีมาอย่างลึกซึ้ง แทบจะผ่าเครื่องออกมาวิเคราะห์ให้ถึงแก่น ดังนั้นพวกเขาจึงเข้าใจโครงสร้างและวิธีการทำงาของเครื่องอย่างทะลุปรุโปร่งสามารถช่อมเองได้ เมื่อเครื่องเกิดปัญหาก็สามารถหาสาเหตุและแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว นอกจากเครื่องชงกาแฟและอุปกรณ์ในการคงที่เป็นของมือสองแล้ว ของชิ้นใหญ่อื่นๆ อย่างเช่น โต๊ะ เก้าอี้ เป็นต้น ก็ สามารถเลือกใช้ของมือสองได้เช่นกัน ในตลาดสินค้ามือสองก็สามารถหาโต๊ะและเก้าอี้สำหรับทานอาหารที่มีคุณภาพดีได้ และมีความใหม่ประมาณ 70ี-80 % ถ้างบประมาณยังไม่พอ ก็อาจจะนำแนวคิดในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติมาทำเป็นโต๊ะและเก้าอี้แบบ DIY ก็ได้ เช่น สวี่ชูหมิงเจ้าของร้านซวงอวี๋ฟาง ใช้ฝีมือบวกกับความคิคสร้างสรรค์ โดยเก็บของเก่าที่คนอื่นทิ้งแส้ว อย่างเช่น จักรเย็บผ้า ม้านั่งในสวนสาธารณะ เขาล้วนเห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของมีค่า นำมาเปลี่ยนเป็นโต๊ะและเก้าอี้ในร้านกาแฟ ไม่เพียงแต่จะ ประหยัดต้นทุนในการเปิดกิจการเท่านั้น แต่ยังทำให้ร้านซวงอวี๋ฟาง มีบรรยากาศแบบเก่าเหมือนอยู่ในอดีตซึ่งเป็นรูปแบบที่ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะอีกด้วย แต่ผู้คนจำนวนมากในปัจจุบันมักจะนำของเก่ามาสร้างสีสัน ของเก่าเหล่านี้จึงกลายเป็นของหายาก หากไม่รู้จักกับคน รับชื้อของเก่า ก็ต้องใช้เวลาและแรงงานในการหาและเก็บสะสมนานพอสมควร นอกจากนี้ของตกแต่งชิ้นเล็กๆ ในร้านบางแห่งก็ไม่แน่ว่าจะเป็นของสำเร็จรูปที่ผลิตมาเป็นจำนวนมาก แล้วเลือกซื้อมา เจ้าของร้านอาจจะใช้เทคนิค เช่น โถใส่น้ำตาล ที่รองแก้วนหรือถาดก็สามารถทำเองได้ อย่างเช่น โถใส่น้ำตาล ทรงฟักทองในร้านเคอเฟินก็ได้รับความชื่นชมจากลูกค้าเป็นอย่างมาก ซึ่งน้องชาย เจ้าของร้านที่เป็นอาจารย์ด้านเครื่องปั้นดินเผาเป็นคนปั้นให้เอง ไม่เพียงแต่จะใช้ต้นทุนน้อย แต่ยังเป็น อุปกรณ์ที่มีเอกลักษณ์และมีสีสันอีกด้วย แล้วยังมีทีรองแล้วและถาดที่นำแม่เหล็กมาแปะซึ่งเป็นความคิด สร้างสรรค์ที่้เจ้าของร้านคิดและประดิษฐ์ขึ้นเอง *ประหยัดต้นทุนโดยลดปริมาณสินค้าคงคลังหรือวัตถุดิบสิ้นเปลือง วัตถุดิบและอาหารบางชนิดทีใช้ในร้านกาแฟ เวลาการเก็บรักษาที่จากัด เช่น เมล็ดกาแฟ นมสด ครีม เค้ก เป็นต้น หากจำหน่ายอาหารด้วยกจะมีอาหารต่างๆ เช่น อาหารทะเล เนื้อสัตว์ ผักสด ที่มีระยะเวลาจำกัดในการเก้บ รักษา ดังนั้นเวลาซื้อสินค้าเข้าร้าน จะต้องระมัดระวังเรื่องจัดการสินค้าคงคลังเป็นพิเศษ อย่าชื้อทีละมากๆ อย่าสะสมสินค้างคลังไว้เป็นเวลานานหรืออย่าใช้ต้นเปลืองจนเกินไป ดังนั้นการจัดการสินค้าคงคลังด้านอาหารจะทำให้ส่วนขาดทุนลดลง และสามารถลดต้นทุนได้ด้วย อ้างอิงจาก หนังสือ คู่มือการเปิดร้านกาแฟฉบับบสมบรูณ์
Labels:
วิธีลดต้นทุนร้านกาแฟ
2554-03-08
ร้านกาแฟ ไอศกรีมโฮมเมด Mister Lee's
แนวทางการเปิดร้านกาแฟสดและธุรกิจไอศรีมที่ลงตัว ไปด้วยกันได้ แบบ Mister Lee's เป็นร้านที่จำหน่ายทั้งกาแฟและไอศกรีมโดยก่อนหน้านี้จำหน่ายเฉพาะไอศกรีมอย่างเดียว ในตอนนั้นคุณอุดมชัยรู้สึกว่าใครๆ ก็สามารถชงกาแฟทานเองได้ แตไอศกรีมทำยากกว่า เขาจึงเริ่มศึกษาวิธีการทำไอศกรีมและเปิดร้านขายไอศกรีม ต่อมาเริ่มขยายสาขาร้านไอศกรีม และมีอยู่สาขาหนึ่งที่มีพื้นที่ด้านค่อนข้างใหญ่ คุณอุดมชัยจึงอยากหากิจการอย่างอื่นมาเพิ่มเติม แล้วเขาก็มองว่าธุรกิจกาแฟน่าจะเหมาะสม เขาจึงเริ่มเปิดกิจการกาแฟควบคู่กับร้านไอศกรีมที่ทึาอยู่ก่อนแล้ว และนี่ก็คือที่มาของร้าน Mister Lee's

ปัจจุบันร้าน Mister Lee's มีสองสาขา สาขาแรกตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น สาขาที่สองตั้งอยู่บนถนนมิตรภาพในตัวเมืองจังหวัดขอนแก่นเช่นกัน หลายๆ คนอาจจะมองว่าบรรยากาศของร้านไอศกรีมและร้านกาแฟนั้นแตกต่างกัน คุณอุดมชัยเองก็เล็งเห็นในจุดนี้ แต่เขาก็สามารถสร้างบ้านให้มีบรรยากาศที่เหมาะกับทั้งไอศกรีมและกาแฟได้ เขากล่าวว่า
“คนส่วนใหญ่จะมองว่าร้านไอศกรีมต้องการความสดใส มีสีสัน ในขณะที่ร้านกาแฟต้องมีบรรยากาศเงียบขรึม ผมจึงต้องพยายามปรับให้รูปแบบทั้งสองอย่างนี้เข้ากันให้ได้ คือทำให้ดูมีสีสันเหมาะกับไอศกรีมแต่ก็ไม่จัดจ้านเกินไป ในขณะเดียวกันก็ต้องดูขรึมและสง่าเหมาะกับกาแฟ แต่ต้องไม่มืดและทึมมากเกินไป”
คุณอุดมชัยยังกล่าวอีกว่า
“ผมอยากให้ลูกค้ามีพื้นที่และมีเวลาส่วนตัว เราจะไม่เดินเข้าไปถามเขา”
ที่โต๊ะว่า..ต้องการอะไรเพิ่มไหม หากเขาอยากได้อะไร เขาก็จะเดินมาสั่งเอง ผมไม่อยากทำให้เขารู้ดีกว่าเราเข้าไปรบกวนเขา เนื่องจากร้าน Mister Lee's สาขาแรกตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย กลุ่มลูกค้าหลักจึงเป็นนักศึกษา และอย่างที่กล่าวไปแล้วว่า บรรยากาศภายในร้านไม่ฉูดฉาดมาก ดังนั้นจึงมีอาจารย์ บุคลากรและผู้ที่มาติดต่องานในบริเวณนั้นเข้ามาใช้บริการด้วยเช่นกัน ส่วนกลุ่มลูกค้าของสาขาที่สองส่วนใหญ่จะเป็นคนทำงานหรือไม่ก็มากันเป็นครอบครัว บางครั้งพ่อ อาจจะอยากดื่มกาแฟ พวกเขาก็สามารถพาลูกๆ มาทาน
ไอศกรีมไปพร้อมกันได้
นอกจากนี้คุณอุดมชัย ยังมองว่า ผู้ชายส่วนใหญ่อาจจะรู้สึกกระดากที่จะเดินเข้าไปในร้านไอศกรีทั่วไป เพราะบ้านส่วนใหญ่จะเน้นสีสันสดใสและดูน่ารักเหมาะกับเด็กสาววัยรุ่นเสียมากกว่า แต่ร้านของเขาแตกต่างจากคนอื่น ดังนั้นคุณผู้ชายส่วนใหญ่จึงกล้าที่จะเดินเข้ามาทานไอศกรีมในร้าน Mister Lee's นอกจากนี้การขายไอศกรีมและกาแฟคู่กันยังเป็นการเพิ่มตัวเลือกให้กับลูกค้าอีกด้วย หากลูกค้ามากันเป็นกลุ่มและมีบางคนไม่ดื่มกาแฟก็สามารถสั่งไอศครีมมาทานได้ กิจการสองอย่างที่หลายคนมองว่าไม่น่าจะมาเปิดคู่กันได้ แต่คุณอุดมชัยก็ทำให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถนำความแตกต่างเหล่านั้นมารวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้อย่างกลมกลืน คุณอุดมชัยกล่าวว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงแรกที่เริ่มเปิดกิจการก็คือการสร้างความยอมรับจากผู้บริโภค “เนื่องจากผมใส่ใจเรื่องคุณภาพมาก ดังนั้นราคาของกาแฟและไอศกรีมในร้านเราจึงแพงกว่าร้านทั่วไปเล็กน้อย ประกอบกับการแต่งร้านที่ดูมีมาตรฐานซึ่งเป็นร้านที่พบได้ทั่วไปในกรุงเทพฯ แด่ช่วงนั้นในขอนแก่นยังไม่มีร้านแถบนี้ คนส่วนใหญ่ที่ผ่านไปมาจึงไม่กล้าเดินเข้ามาในร้าน เพราะ คิดว่าร้านของเราขายของแพง ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น ในตอนนั้นลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่เป็นคนที่เคยเห็นบ้านแบบนี้ในกรุงเทพฯ คนกลุ่มนี้ก็จะเข้าใจแนวคิดของเรา จากนั้นพวกเขาก็ช่วยแนะนำ
ต่อไปเรื่อยๆ ผู้คนก็กล้าเดินเข้ามาในร้านมากขึ้น เมื่อพวกเขาได้มาสัมผัสกับบรรยากาศที่แท้จริงภายในร้าน เขาก็เข้าใจว่าร้านเราไม่ได้แพงอย่างที่คิด และลูกค้าส่วนใหญ่ก็พอใจและยินดีที่จะกลับมาใช้บริการอีก
ในช่วงแรกที่เริ่มจำหน่ายกาแฟคุณอุดมชัยใช้กาแฟคั่วสำเร็จที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด แต่เมื่อเขาได้ศึกษามากขึ้นและยังศึกษาเรื่องการคั่วกาแฟโดยเฉพาะ โดยเดินทางไปศึกษาถึงประเทศสหรัฐอเมริกา จึงเป็นเหมือนกับการเปิดโลกกาแฟสำหรับเขา คุณอุดมชัยได้รู้ว่าในโลกนี้ยังมีกาแฟอีกหลากหลายชนิด และกาแฟแต่ละชนิดก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจคั่วกาแฟด้วยตัวเอง เพื่อนำมาใช้ใน
ร้าน Mister Lee's และเขาก็พยามยามพัฒนาคุณภาพและค้นหาเมล็ดกาแฟในแบบที่ตัวเองต้องการ เพื่อสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดมาบริการให้แก่ลูกค้า
จุดยืนในการเปิดร้านกาแฟของคุณอุดมชัยก็คือเขาพยายามรักษาคุณภาพและสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดมาบริการให้กับลูกค้า นคนอเมรกันดื่มกาแฟซิงเกิล ออริจิน คนอิตาลีดื่มเอสเพรสโซ ส่วนคนไทยนิยมดื่มกาแฟเย็น ดังนั้นเมนูกาแฟยอดนิยมในร้านกาแฟไทยส่วนใหญ่ก็คงหนีไม่พ้นกาแฟเย็น แล้วเราจะทำอย่างไรให้กาแฟเย็นของเราแตกต่างจากคนอื่น บางคนมองว่าการปรุงกาแฟเย็นไม่ต้องให้ความสำคัญกับเมล็ดกาแฟมากนักแต่สำหรับผมกลับตรงกันข้าม ในเมื่อกาแฟเย็นเป็นเมนูที่ขายดีมากที่สุด ดังนั้นเราต้องทำให้กาแฟเย็นของเราเป็นกาแฟทีดีที่สุดด้วย ผมอยากให้ลูกค้าได้ลิ้มรสชาติที่แท้จริงของเมล็ดกาแฟ ผมจึงค้นหาและทดลองคั่วและเบลนด์กาแฟ จนกระทั่งได้เมล็ดกาแฟที่เหมาะจะใช้ทำกาแฟเย็นมากที่สุด”
คุณอุดมชัยกล่าวว่าร้านกาแฟที่สามารถดำเนินกิจการและอยู่รอดได้นั้นมีอยู่เพียงหนึ่งในสิบหรือ 5 % ของร้านกาแฟทั้งหมดในตลาด เขากล่าวว่า “หากคุณอยากเปิดร้านกาแฟตัวอย่างของผู้ที่ประสบความสำเร็จมีให้เห็นและสามารถศึกษาได้ง่ายอยู่แล้ว แต่สำหรับผม ผมอยากให้คุณไปคุยกับเจ้าของร้านกาแฟหลายๆ คนที่เคยล้มเหลว เพื่อดูว่าเขามีปัญหาอะไรแล้วเราจะสามารถแก้ไขจุดนั้นได้หรือไม่และย้อนกลับมาถามตัวเองว่า คุณมีคุณสมบัติและมีศักยภาพเพียงพอหรือไม่ที่จะทำให้กิจการของคุณเป็นหนึ่งในสิบหรือ 5% ที่
สามารถอยู่รอดต่อไปได้”
ที่มา หนังสือ คู่มือการเปิดร้านกาแฟฉบับสมบรูณ์

ปัจจุบันร้าน Mister Lee's มีสองสาขา สาขาแรกตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น สาขาที่สองตั้งอยู่บนถนนมิตรภาพในตัวเมืองจังหวัดขอนแก่นเช่นกัน หลายๆ คนอาจจะมองว่าบรรยากาศของร้านไอศกรีมและร้านกาแฟนั้นแตกต่างกัน คุณอุดมชัยเองก็เล็งเห็นในจุดนี้ แต่เขาก็สามารถสร้างบ้านให้มีบรรยากาศที่เหมาะกับทั้งไอศกรีมและกาแฟได้ เขากล่าวว่า
“คนส่วนใหญ่จะมองว่าร้านไอศกรีมต้องการความสดใส มีสีสัน ในขณะที่ร้านกาแฟต้องมีบรรยากาศเงียบขรึม ผมจึงต้องพยายามปรับให้รูปแบบทั้งสองอย่างนี้เข้ากันให้ได้ คือทำให้ดูมีสีสันเหมาะกับไอศกรีมแต่ก็ไม่จัดจ้านเกินไป ในขณะเดียวกันก็ต้องดูขรึมและสง่าเหมาะกับกาแฟ แต่ต้องไม่มืดและทึมมากเกินไป”
คุณอุดมชัยยังกล่าวอีกว่า
“ผมอยากให้ลูกค้ามีพื้นที่และมีเวลาส่วนตัว เราจะไม่เดินเข้าไปถามเขา”
ที่โต๊ะว่า..ต้องการอะไรเพิ่มไหม หากเขาอยากได้อะไร เขาก็จะเดินมาสั่งเอง ผมไม่อยากทำให้เขารู้ดีกว่าเราเข้าไปรบกวนเขา เนื่องจากร้าน Mister Lee's สาขาแรกตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย กลุ่มลูกค้าหลักจึงเป็นนักศึกษา และอย่างที่กล่าวไปแล้วว่า บรรยากาศภายในร้านไม่ฉูดฉาดมาก ดังนั้นจึงมีอาจารย์ บุคลากรและผู้ที่มาติดต่องานในบริเวณนั้นเข้ามาใช้บริการด้วยเช่นกัน ส่วนกลุ่มลูกค้าของสาขาที่สองส่วนใหญ่จะเป็นคนทำงานหรือไม่ก็มากันเป็นครอบครัว บางครั้งพ่อ อาจจะอยากดื่มกาแฟ พวกเขาก็สามารถพาลูกๆ มาทาน
ไอศกรีมไปพร้อมกันได้
นอกจากนี้คุณอุดมชัย ยังมองว่า ผู้ชายส่วนใหญ่อาจจะรู้สึกกระดากที่จะเดินเข้าไปในร้านไอศกรีทั่วไป เพราะบ้านส่วนใหญ่จะเน้นสีสันสดใสและดูน่ารักเหมาะกับเด็กสาววัยรุ่นเสียมากกว่า แต่ร้านของเขาแตกต่างจากคนอื่น ดังนั้นคุณผู้ชายส่วนใหญ่จึงกล้าที่จะเดินเข้ามาทานไอศกรีมในร้าน Mister Lee's นอกจากนี้การขายไอศกรีมและกาแฟคู่กันยังเป็นการเพิ่มตัวเลือกให้กับลูกค้าอีกด้วย หากลูกค้ามากันเป็นกลุ่มและมีบางคนไม่ดื่มกาแฟก็สามารถสั่งไอศครีมมาทานได้ กิจการสองอย่างที่หลายคนมองว่าไม่น่าจะมาเปิดคู่กันได้ แต่คุณอุดมชัยก็ทำให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถนำความแตกต่างเหล่านั้นมารวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้อย่างกลมกลืน คุณอุดมชัยกล่าวว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงแรกที่เริ่มเปิดกิจการก็คือการสร้างความยอมรับจากผู้บริโภค “เนื่องจากผมใส่ใจเรื่องคุณภาพมาก ดังนั้นราคาของกาแฟและไอศกรีมในร้านเราจึงแพงกว่าร้านทั่วไปเล็กน้อย ประกอบกับการแต่งร้านที่ดูมีมาตรฐานซึ่งเป็นร้านที่พบได้ทั่วไปในกรุงเทพฯ แด่ช่วงนั้นในขอนแก่นยังไม่มีร้านแถบนี้ คนส่วนใหญ่ที่ผ่านไปมาจึงไม่กล้าเดินเข้ามาในร้าน เพราะ คิดว่าร้านของเราขายของแพง ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น ในตอนนั้นลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่เป็นคนที่เคยเห็นบ้านแบบนี้ในกรุงเทพฯ คนกลุ่มนี้ก็จะเข้าใจแนวคิดของเรา จากนั้นพวกเขาก็ช่วยแนะนำ
ต่อไปเรื่อยๆ ผู้คนก็กล้าเดินเข้ามาในร้านมากขึ้น เมื่อพวกเขาได้มาสัมผัสกับบรรยากาศที่แท้จริงภายในร้าน เขาก็เข้าใจว่าร้านเราไม่ได้แพงอย่างที่คิด และลูกค้าส่วนใหญ่ก็พอใจและยินดีที่จะกลับมาใช้บริการอีก
ในช่วงแรกที่เริ่มจำหน่ายกาแฟคุณอุดมชัยใช้กาแฟคั่วสำเร็จที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด แต่เมื่อเขาได้ศึกษามากขึ้นและยังศึกษาเรื่องการคั่วกาแฟโดยเฉพาะ โดยเดินทางไปศึกษาถึงประเทศสหรัฐอเมริกา จึงเป็นเหมือนกับการเปิดโลกกาแฟสำหรับเขา คุณอุดมชัยได้รู้ว่าในโลกนี้ยังมีกาแฟอีกหลากหลายชนิด และกาแฟแต่ละชนิดก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจคั่วกาแฟด้วยตัวเอง เพื่อนำมาใช้ใน
ร้าน Mister Lee's และเขาก็พยามยามพัฒนาคุณภาพและค้นหาเมล็ดกาแฟในแบบที่ตัวเองต้องการ เพื่อสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดมาบริการให้แก่ลูกค้า
จุดยืนในการเปิดร้านกาแฟของคุณอุดมชัยก็คือเขาพยายามรักษาคุณภาพและสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดมาบริการให้กับลูกค้า นคนอเมรกันดื่มกาแฟซิงเกิล ออริจิน คนอิตาลีดื่มเอสเพรสโซ ส่วนคนไทยนิยมดื่มกาแฟเย็น ดังนั้นเมนูกาแฟยอดนิยมในร้านกาแฟไทยส่วนใหญ่ก็คงหนีไม่พ้นกาแฟเย็น แล้วเราจะทำอย่างไรให้กาแฟเย็นของเราแตกต่างจากคนอื่น บางคนมองว่าการปรุงกาแฟเย็นไม่ต้องให้ความสำคัญกับเมล็ดกาแฟมากนักแต่สำหรับผมกลับตรงกันข้าม ในเมื่อกาแฟเย็นเป็นเมนูที่ขายดีมากที่สุด ดังนั้นเราต้องทำให้กาแฟเย็นของเราเป็นกาแฟทีดีที่สุดด้วย ผมอยากให้ลูกค้าได้ลิ้มรสชาติที่แท้จริงของเมล็ดกาแฟ ผมจึงค้นหาและทดลองคั่วและเบลนด์กาแฟ จนกระทั่งได้เมล็ดกาแฟที่เหมาะจะใช้ทำกาแฟเย็นมากที่สุด”
คุณอุดมชัยกล่าวว่าร้านกาแฟที่สามารถดำเนินกิจการและอยู่รอดได้นั้นมีอยู่เพียงหนึ่งในสิบหรือ 5 % ของร้านกาแฟทั้งหมดในตลาด เขากล่าวว่า “หากคุณอยากเปิดร้านกาแฟตัวอย่างของผู้ที่ประสบความสำเร็จมีให้เห็นและสามารถศึกษาได้ง่ายอยู่แล้ว แต่สำหรับผม ผมอยากให้คุณไปคุยกับเจ้าของร้านกาแฟหลายๆ คนที่เคยล้มเหลว เพื่อดูว่าเขามีปัญหาอะไรแล้วเราจะสามารถแก้ไขจุดนั้นได้หรือไม่และย้อนกลับมาถามตัวเองว่า คุณมีคุณสมบัติและมีศักยภาพเพียงพอหรือไม่ที่จะทำให้กิจการของคุณเป็นหนึ่งในสิบหรือ 5% ที่
สามารถอยู่รอดต่อไปได้”
ที่มา หนังสือ คู่มือการเปิดร้านกาแฟฉบับสมบรูณ์
2554-02-24
แฟรนไชส์กาแฟสดชาวดอย
กาแฟสดชาวดอยเป็นธุรกิจกาแฟสดในเครือ อโรม่า กรุ๊ป กลุ่มบริษัทของคนไทย ที่ได้ดำเนินธุรกิจด้านกาแฟคั่วบดมากว่า 50 ปี พิถีพิถันกับการคัดเลือกวัตถุดิบ เพื่อมาผลิตเป็นกาแฟคั่วบดคุณภาพสูงสำหรับ
คนไทย และยังมีการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศอีกด้วย เพราะเรามุ่งมั่นในธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่ม เราจึงก่อตั้งอีก 5 บริษทในเครือ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างครบวงจร และด้วยความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์์เกี่ยวกับกาแฟคั่วบดที่ได้สั่งสมมานานให้กับผู้ที่สนใจที่จะเปิดร้าน กาแฟสดอโรม่า จึงได้ขยายธุรกิจร้านกาแฟภายใต้ชื่อกาแฟสดชาวดอย ร้านกาแฟสดสายพันธุ์ใหม่เชื้อชาติไทยสัญชาติไทยให้เป็นอีก 2 ทางเลือกใหม่สำหรับนักลงทุน กาแฟสดชาวดอย เครือข่ายร้านกาแฟสดที่คุณมั่นใจได้

ลักษณะเด่นของกาแฟชาวดอย
-กาแฟสดชาวดอย ร้านกาแฟสดที่เน้นรสชาติกาแฟเข้ม....ไม่เกรงใจใคร รสชาติกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทย
-กาแฟสดชาวดอย ร้านกาแฟที่เน้นการลงทุนที่ต่ำคืนทุนไว และทำการค้าได้จริง
-กาแฟสดชาวดอย ร้านกาแฟสดที่เน้นความสะดวกทันสมัยใช้พื้นที่น้อย
-กาแฟสดชาวดอย ร้านกาแฟที่คั่วกาแฟเอง โดยผู้เชี่ยวชาญการคั่วกาแฟที่มีประสบการณ์มากกว่า 50 ปี จากโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ได้มาตรฐาน GMP (หลักเกณฑ์วิธีที่ดีในการผลิต) จากอย.
-กาแฟสดชาวดอย ร้านกาแฟสดที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของเครื่องชงกาแฟยี่ห้อดังๆ จากอิตาลี่และอเมริกา
-กาแฟสดชาวดอย ร้านกาแฟสดที่มีทีมงานบริการหลังการขาย ที่มีประสบการณ์เฉพาะในการซ่อมเครื่องชงกาแฟพร้อมอะไหล่ที่ครบครัน
-กาแฟสดชาวดอย ร้านกาแฟที่มีทีมงานที่มีประสบการณ์ในการฝึกอบรม Barista (พนักงานชงกาแฟ) ทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติ
กาแฟสดชาวดอย เป็นรูปแบบธุรกิจที่มีการลงทุนต่ำ ความเสี่ยงต่ำมากภาชนะ วัตถุดิบ เพื่อใช้ในการจำหน่ายได้อย่าง สะดวก รวดเร็ว ทัยสมัย
ปัจจัยในการตัดสินใจดำเนินการธุรกิจกาแฟสดชาวดอย
1. คุณภาพ เมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพสูง จากประสบการณ์การคั่วตามพกรรมวิธีที่ดีจากชาวดอย
2. รสชาติ ด้วยเมล็ดกาแฟที่ดี จึงทำให้ได้รสกาแฟที่หอมกรุ่น และเข้มข้น
3. การลงทุนต่ำ เป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำ และมีความคล่องตัวในการดำเนินการสูง ตามรูปแบบของผู้ลงทุน
รูปแบบธุรกิจกาแฟชาวดอย
ชุดประหยัด
ไม่มีบูทไม้, มีเครื่องชงกาแฟ (มีที่บดกาแฟในตัว), อุปกรณ์และวัตถุดิบชุดเล็ก
เหมาะสำหรับการออกแบบร้านกาแฟสไตล์ความชอบส่วนตัว
ชุดเล็ก
มีบูทไม้, มีเครื่องชงกาแฟ(มีที่บดกาแฟในตัว), อุปกรณ์บางรายการ และวัตถุดิบชุดเล็ก
ร้านกาแฟสดขนาดกะทัดรัดทันสมัยเข้าได้ทุกสถานที่ เหมาะสำหรับมุมเล็กๆ
ใช้้พื้นที่ประมาณ 1.5 ตารางเมตร
ชุด มินิบาร์
มีบูทไม้, มีเครื่องชงกาแฟ(มีที่บดกาแฟในตัว), อุปกรณ์ครบชุดและวัตถุดิบชุดใหญ่
ร้านกาแฟสดขนาดกะทัดรัดทันสมัยเข้าได้ทุกสถานที่เหมาะสำหรับมุมเล็กๆ
ใช้้พื้นที่ประมาณ 1.5 ตารางเมตร
ชุดรถเข็น
มีบูทไม้, มีเครื่องชงกาแฟ(มีที่บดกาแฟในตัว) อุปกรณ์และวัตถุดิบชุดใหญ่
ดีไชน์ทันสมัยสะดวกโดนใจ เหมาะสำหรับตึกสำนักงาน, ศูนย์อาหาร
ใช้พื้นที่ประมาณ 2 ตารางเมตร ร้านกาแฟสดสำเร็จรูป
Corner งบลงทุนประมาณ 300,000 บาท
ร้านกาแฟสดขนาดกลางมาตรฐานเสมือนร้านใหญ่
เหมาะที่จะเป็นส่วนหนึ่งของอาคารสำนักงาน บริเวณศูนย์การค้าทั่วไป
ใช้พื้นที่ตั้งแต่ 5 ตารางเมตรขึ้นไป อาจมีที่นั่ง หรือไม่มีที่นั่งให้กับลูกค้าก็ได้
Stand Alone Shop งบลงทุนประมาณ 800,000 บาท
ร้านกาแฟสดมาตรฐานขนาดใหญ่มีเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนใคร
เหมาะสำหรับเป็นอาคารพาณิชน์ อาคารอิสระ หรือร้านที่อยู่ในศูนย์การค้า
ใช้พื้นที่ตั้งแต่ 25 ตารางเมตรขึ้นไป
เงื่อนไขการเข้าร่วมเครือข่ายร้านกาแฟสดชาวดอย
-ได้รับสิทธิ์ในการใช้ชื่อ และเครื่องหมายการค้าของกาแฟสดชาวดอยในการดำเนินธุรกิจตลอด
-ได้รับสิทธิ์ในการซื้อกาแฟคั่วบดสูตรกาแฟสดชาวดอย และสินค้าอื่นๆ ที่มีเครื่องหมายการค้ากาแฟสดชาวดอยในราคาพิเศษ
-ได้รับการสนับสนุนด้วยโฆษณาสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ และการส่งเสริมการขาย
-ได้รับคู่มือในการทำกาแฟและเครื่องดื่มอื่นๆ
-ได้รับคำแนะนำและเสนอแนะ พร้อมทั้งคอยตรวจสอบควบคุมคุณภาพ
-ได้รับความช่วยเหลือในการฝึกอบรมพนักงานทั้งในภาคทฤษฏี และปฏิบัติ
นอกจากนี้ยังมีรูปแบบธุรกิจ โดยใช้รถกาแฟสด (Cart) ซึ่งรถดังกล่าวสามารถบรรจุ และจัดเก็บอุปกรณ์
ภาชนะ วัตถุดิบ เพื่อใช้ในการจำหน่ายได้อย่าง สะดวก รวดเร็ว ทัยสมัย
ตารางค่าใช้จ่าย
หัวข้อ ค่าใช้จ่าย
- ค่าค้ำประกันรถกาแฟสด 60,000
- ค่าแฟรนไชส์ (ค่าลิขสิทธิ์รายปี)ปีถัดไป 12,000
- ค่าแฟรนไชส์ (ค่าลิขสิทธิ์รายปี)ปีแรก 20,000
- ค่าเช่ารถกาแฟสดรายเดือน 1,000
- ชุดอุปกรณ์เปิดร้านใหม่ 65,000
สนใจธุรกิจร้านขายกาแฟชาวดอย ติดต่อ
ที่อยู่ 139/13, 139/16-18 อาคาร B1 ชั้น2 ซอยโชคชัย 4 ถ.ลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง
เขตวังทองหลาง กทม. 10310 โทรศัพท์ 0-2933-4191-4, 0-9104-4058
คนไทย และยังมีการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศอีกด้วย เพราะเรามุ่งมั่นในธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่ม เราจึงก่อตั้งอีก 5 บริษทในเครือ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างครบวงจร และด้วยความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์์เกี่ยวกับกาแฟคั่วบดที่ได้สั่งสมมานานให้กับผู้ที่สนใจที่จะเปิดร้าน กาแฟสดอโรม่า จึงได้ขยายธุรกิจร้านกาแฟภายใต้ชื่อกาแฟสดชาวดอย ร้านกาแฟสดสายพันธุ์ใหม่เชื้อชาติไทยสัญชาติไทยให้เป็นอีก 2 ทางเลือกใหม่สำหรับนักลงทุน กาแฟสดชาวดอย เครือข่ายร้านกาแฟสดที่คุณมั่นใจได้

ลักษณะเด่นของกาแฟชาวดอย
-กาแฟสดชาวดอย ร้านกาแฟสดที่เน้นรสชาติกาแฟเข้ม....ไม่เกรงใจใคร รสชาติกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทย
-กาแฟสดชาวดอย ร้านกาแฟที่เน้นการลงทุนที่ต่ำคืนทุนไว และทำการค้าได้จริง
-กาแฟสดชาวดอย ร้านกาแฟสดที่เน้นความสะดวกทันสมัยใช้พื้นที่น้อย
-กาแฟสดชาวดอย ร้านกาแฟที่คั่วกาแฟเอง โดยผู้เชี่ยวชาญการคั่วกาแฟที่มีประสบการณ์มากกว่า 50 ปี จากโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ได้มาตรฐาน GMP (หลักเกณฑ์วิธีที่ดีในการผลิต) จากอย.
-กาแฟสดชาวดอย ร้านกาแฟสดที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของเครื่องชงกาแฟยี่ห้อดังๆ จากอิตาลี่และอเมริกา
-กาแฟสดชาวดอย ร้านกาแฟสดที่มีทีมงานบริการหลังการขาย ที่มีประสบการณ์เฉพาะในการซ่อมเครื่องชงกาแฟพร้อมอะไหล่ที่ครบครัน
-กาแฟสดชาวดอย ร้านกาแฟที่มีทีมงานที่มีประสบการณ์ในการฝึกอบรม Barista (พนักงานชงกาแฟ) ทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติ
กาแฟสดชาวดอย เป็นรูปแบบธุรกิจที่มีการลงทุนต่ำ ความเสี่ยงต่ำมากภาชนะ วัตถุดิบ เพื่อใช้ในการจำหน่ายได้อย่าง สะดวก รวดเร็ว ทัยสมัย
ปัจจัยในการตัดสินใจดำเนินการธุรกิจกาแฟสดชาวดอย
1. คุณภาพ เมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพสูง จากประสบการณ์การคั่วตามพกรรมวิธีที่ดีจากชาวดอย
2. รสชาติ ด้วยเมล็ดกาแฟที่ดี จึงทำให้ได้รสกาแฟที่หอมกรุ่น และเข้มข้น
3. การลงทุนต่ำ เป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำ และมีความคล่องตัวในการดำเนินการสูง ตามรูปแบบของผู้ลงทุน
รูปแบบธุรกิจกาแฟชาวดอย
ชุดประหยัด
ไม่มีบูทไม้, มีเครื่องชงกาแฟ (มีที่บดกาแฟในตัว), อุปกรณ์และวัตถุดิบชุดเล็ก
เหมาะสำหรับการออกแบบร้านกาแฟสไตล์ความชอบส่วนตัว
ชุดเล็ก
มีบูทไม้, มีเครื่องชงกาแฟ(มีที่บดกาแฟในตัว), อุปกรณ์บางรายการ และวัตถุดิบชุดเล็ก
ร้านกาแฟสดขนาดกะทัดรัดทันสมัยเข้าได้ทุกสถานที่ เหมาะสำหรับมุมเล็กๆ
ใช้้พื้นที่ประมาณ 1.5 ตารางเมตร
ชุด มินิบาร์
มีบูทไม้, มีเครื่องชงกาแฟ(มีที่บดกาแฟในตัว), อุปกรณ์ครบชุดและวัตถุดิบชุดใหญ่
ร้านกาแฟสดขนาดกะทัดรัดทันสมัยเข้าได้ทุกสถานที่เหมาะสำหรับมุมเล็กๆ
ใช้้พื้นที่ประมาณ 1.5 ตารางเมตร
ชุดรถเข็น
มีบูทไม้, มีเครื่องชงกาแฟ(มีที่บดกาแฟในตัว) อุปกรณ์และวัตถุดิบชุดใหญ่
ดีไชน์ทันสมัยสะดวกโดนใจ เหมาะสำหรับตึกสำนักงาน, ศูนย์อาหาร
ใช้พื้นที่ประมาณ 2 ตารางเมตร ร้านกาแฟสดสำเร็จรูป
Corner งบลงทุนประมาณ 300,000 บาท
ร้านกาแฟสดขนาดกลางมาตรฐานเสมือนร้านใหญ่
เหมาะที่จะเป็นส่วนหนึ่งของอาคารสำนักงาน บริเวณศูนย์การค้าทั่วไป
ใช้พื้นที่ตั้งแต่ 5 ตารางเมตรขึ้นไป อาจมีที่นั่ง หรือไม่มีที่นั่งให้กับลูกค้าก็ได้
Stand Alone Shop งบลงทุนประมาณ 800,000 บาท
ร้านกาแฟสดมาตรฐานขนาดใหญ่มีเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนใคร
เหมาะสำหรับเป็นอาคารพาณิชน์ อาคารอิสระ หรือร้านที่อยู่ในศูนย์การค้า
ใช้พื้นที่ตั้งแต่ 25 ตารางเมตรขึ้นไป
เงื่อนไขการเข้าร่วมเครือข่ายร้านกาแฟสดชาวดอย
-ได้รับสิทธิ์ในการใช้ชื่อ และเครื่องหมายการค้าของกาแฟสดชาวดอยในการดำเนินธุรกิจตลอด
-ได้รับสิทธิ์ในการซื้อกาแฟคั่วบดสูตรกาแฟสดชาวดอย และสินค้าอื่นๆ ที่มีเครื่องหมายการค้ากาแฟสดชาวดอยในราคาพิเศษ
-ได้รับการสนับสนุนด้วยโฆษณาสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ และการส่งเสริมการขาย
-ได้รับคู่มือในการทำกาแฟและเครื่องดื่มอื่นๆ
-ได้รับคำแนะนำและเสนอแนะ พร้อมทั้งคอยตรวจสอบควบคุมคุณภาพ
-ได้รับความช่วยเหลือในการฝึกอบรมพนักงานทั้งในภาคทฤษฏี และปฏิบัติ
นอกจากนี้ยังมีรูปแบบธุรกิจ โดยใช้รถกาแฟสด (Cart) ซึ่งรถดังกล่าวสามารถบรรจุ และจัดเก็บอุปกรณ์
ภาชนะ วัตถุดิบ เพื่อใช้ในการจำหน่ายได้อย่าง สะดวก รวดเร็ว ทัยสมัย
ตารางค่าใช้จ่าย
หัวข้อ ค่าใช้จ่าย
- ค่าค้ำประกันรถกาแฟสด 60,000
- ค่าแฟรนไชส์ (ค่าลิขสิทธิ์รายปี)ปีถัดไป 12,000
- ค่าแฟรนไชส์ (ค่าลิขสิทธิ์รายปี)ปีแรก 20,000
- ค่าเช่ารถกาแฟสดรายเดือน 1,000
- ชุดอุปกรณ์เปิดร้านใหม่ 65,000
สนใจธุรกิจร้านขายกาแฟชาวดอย ติดต่อ
ที่อยู่ 139/13, 139/16-18 อาคาร B1 ชั้น2 ซอยโชคชัย 4 ถ.ลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง
เขตวังทองหลาง กทม. 10310 โทรศัพท์ 0-2933-4191-4, 0-9104-4058
Labels:
กาแฟชาวดอย,
แฟรนไชส์กาแฟสด ชาวดอย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)