2553-08-10

กฎหมายเกี่ยวกับกาแฟ

การจะเปิดร้านกาแฟนั้น ต้องรู้หลักการทางกฎหมายเกี่ยวกับกาแฟไว้บ้าง เพราะทุกที่ต้องมีกฎกติกา หากเราต้องการเปิดร้านกาแฟและจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์แล้ว ควรรู้กฎหมายเกี่ยวกับกาแฟไว้


(สำเนา)
ประกาศกระทรวงสาธารณะสุข
(ฉบับที่ 197)พ.ศ.2543
เรื่องกาแฟ
------------------------------------
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย
เรี่อง กาแฟ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 6 (3) (4) (5) (6)
(7) และ (10) แห่งพระราชบัญญิตอาหาร พ.ศ. 2522 อันเป็นพระราชบัญญัติ
ที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่ง
มาตรา 29 ประออบกับมาตรา 35 มาตรา 48 และมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติ
แห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิก
(1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 77 (พ.ศ. 2527) เรื่องกาแฟ
ลงวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2527
(2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 132 (พ.ศ. 2533) เรื่อง
กาแฟ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2533
(3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 181 ) พ.ศ. 2540 เรื่อง
กาแฟ (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540

ข้อ 2 ให้กาแฟที่คั่วแล้ว เป็นอาหารที่กำหนดคุณภาพหรีอมาตรฐาน

ข้อ 3 กาแฟตามข้อ 2 แบ่งออกเป็น 6 ชนิด ดังต่อไปนี้
( 1) กาแฟแท้ หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากผลที่แก่จัดของต้น
กาแฟในสกุล คอฟเฟีย (coffea) ผ่านกรรมวิธีเอาเมล็ดออก นำเมล็ดมาคั่ว
จนได้ที่ และอาจบดให้ได้ขนาดตามความต้องการ
(2) กาแฟผสม หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากอาแฟตาม (1)
ที่มีสิ่งอื่นที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็นส่วนผสมอยู่ด้วย
(3) กาแฟที่สกัดกาเฟอีนออก หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้จาก
กาแฟตาม ( 1 ) ที่ได้สกัดเอากาเฟอีนออก
(4) กาแฟสำเร็จใป หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากผลที่แก่่จัด
ของต้นกาแฟในสกุลคอฟเฟีย ผ่านกรรมวิธีเอาเมล็ดออก นำเมล็ดมาคั่วจนได้ที
โดยมิได้มีการผสมสิ่งอื่นใด แล้วนำมาสกัดด้วยน้ำเท่านั้น นำไประเหยน้ำออก
จนแห้งด้วยกรรมวิธีที่เหมาะสม มีลักษณะเป็นผง หรือเป็นเกล็ด หรือลักษณะ
อื่นๆ นเละสามารถละลายน้ำได้หมดทันที
(5) กาแฟสาเร็จรูปผสม หมายความว่า กาแฟสำเร็จรูปตาม (4) ที
มีสิ่งอื่นที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็นส่วนผสมอยู่ด้วย
(6) กาแฟสาเร็จรูปที่สกัดกาเฟอีนออก หมายความว่า ผลิตภัณท์ที
ได้จากกาแฟตาม (4) ที่ได้สกัดเอากาเฟอีนอออ ในกรณีที่นำกาแฟตาม ( 1 )
(2) (3) (4) (5) หรีอ (6) มาปรุงแต่งรสในลักษณะพร้อมบริโภคและบรรจุใน
ภาชนะปิดสนิท ไม่ว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นชนิดเหลวหรีอแห้ง ให้ถือว่า
เป็นกาแฟงงต้องปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้ด้วย

ข้อ 4 กาแฟแท้ต้องมีคุณกาพหรีอมาตรฐาน ดังต่อไปนี้
( 1 ) มีกลิ่นและรสของกาแฟแท้
(2) มีเถ้าทั้งหมดไม่เกิินร้อยละ 6 ของน้ำหนัก และเถ้าทั้งหมดนั้นต้องละลายน้ำได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของน้ำหนัก
(3) มีกาเฟอีนไม่น้อยกว่าร้อยละ 1 ของน้ำหนัก
(4) มีน้ำตาล คำนวณเป็นน้ำตาลอินเวิร์ตทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละ 1.5 ของน้ำหนัก
(5) ไม่ผสมวัตถุอื่นใด ยกเว้นวัตถุที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพที่ใช้เพื่อสารคั่วและแต่่งกลิ่น
(6) ไม่ใช้สี เว้นแต่สีน้ำตาลเคี่ยวไหม้หรือสีคาราเมล

ข้อ 5 กาแฟผสมต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐาน ดังต่อไปนี้
(1) มีกาแฟเป็นส่วนผสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของน้ำหนักเมื่อแห้ง
(2) ใช้วัตถุที่ให้ความหวานแทนน้ำตาลได้ตามมาตรจาน เอฟ เอ โอ
ดับบลิว เอช โอ โคเด็กช์ (Joint FAO/WHO' codex) ที่ว่าด้วยเรื่องวัตถุ
เจือปนอาหาร และฉบับที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมในกรณีที่ไม่มีมาตรฐาน กำหนดไว้
ตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประกาศกำหนด
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาหาร
(3) มีคุณภาพหรีอมาตรฐานตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

ข้อ 6 กาแฟที่สกัดกาเฟอีนออก ต้องมีคุณภาพหรือมาตรจานดังต่อไปนี้
(1 ) มีกาเฟอีนไม่เกินร้อยละ 0. 1 ของน้ำหนัก
(2) มีคุณภาพหรือมาตรฐานตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา

ข้อ 7 กาแฟสำเร็จรูป ต้องมีคุณภาพหรีอมาตรฐานดังต่อไปนี้
( 1 ) มีกลิ่นและรสของกาแฟแท้
(2) มีความจ้นไม่เกินร้อยละ 5 ของน้ำหนัก
(3) มีเถ้าทั้งหมดไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของน้ำหนักเมื่อแห้ง
(4) มีกาเฟอีนไม่น้อยกว่าร้อยละ 2.5 ของน้ำหนัก

ข้อ 8 กาแฟสำเร็จรูปผสม ต้องมีคุณภาพหรีอมาตรฐานดังต่อไปนี้
(1) มีความจ้นไม่เกินร้อยละ 5 ของน้ำหนัก
(2) มีกาเฟอีนไม่น้อยกว่าร้อยละ 1.5 ของน้ำหนัก
(3) ไม่ใช้สี เว้นเเต่ สีน้ำตาลเคี่ยวไหม้หรือสีคาราเมล
(4) ใช้วัตถุที่ให้ความหวานแทนน้ำตาลได้ตามมาตรฐาน เอฟ เอ โอ/ดับบลิว นอช โอ โคเด็กช์ (Jolnt FAO/WHO' codex) ที่ว่าด้วยเรี่อง วัตถุ
เจือปนอาหาร และฉบ้บที่ได้แก้ใขเพิ่มนติมในกรณีที่ไม่มีมาตฐานกำหนดไว้
ตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประกาศกำหนด
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาหาร
(5) มีคุณภาพหรือมาตรฐานตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

ข้อ 9 กาแฟสำเร็จรูปที่สกัดกาเฟอีนออก ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานดังต่อไปนี้
(1) มีความชื้นไม่เกินร้อยละ 5 ของน้ำหนัก
(2) มีอาเฟอีนไม่เกินร้อยละ 0.3 ของน้ำหนัก
(3) มีคุณภาพหรือมาตรฐานตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา

ข้อ10 กาแฟตามวรรคสองของข้อ 3 ชนิดเหลว ต้องมีคุณภาพหรือมาตรจาน
ดังต่อไปนี้
( 1) มีกลิ่นและรสตามลักษณะเฉพาะของกาแฟนั้น
(2) มีกาเฟอีนไม่เกิน 100 มิลลิกรัม ต่อกาแฟปรุงสำเร็จชนิดเหลว
100 มิลลิลิตร และกาเฟอีนดังกล่าวต้องมาจากกาแฟที่ใช้เป็นวัตถุดิบเท่านั้น
(3) ตรวจพบแบคทีเรียชนิดโคลิฟอร์ม น้อยกว่า 2.2 ต่อกาแฟ 100
มิลลิลิตร โดยวิธีเอ็ม พี เอ็น (Most Proboble Number)
(4) ตรวจไม่พบแบคทีเรียชนิด อี.โคไล (Escherichia Coli)
(5) ไม่มีจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค
(6) ไม่มีสารเป็นพิษจากจุลินทรีย์หรือสารเป็นพิษอื่นในปริมาณที่
อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
(7) ไม่มียีสต์และเชื้อรา
(8) ใช้วัตถุที่ให้ความหวานแทนน้ำตาลได้ตามมาตรฐาน เอฟ เอ โอ
ตับบลิว เอช โอ โคเด็กช์ (Joint FAO/WHO' codex) ที่ว่าด้วยเรื่อง วัตถุ
เจือปนอาหาร และฉบับที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมในกรณีที่ไม่มีมาตรการกำหนดไว้
ตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประกาศกำหนดโดย
ความเห็นชอบของคณะกรรมการอาหาร (9) มีวัตถุกันเสียได้ ดังต่อไปนี้
(9.1) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไม่เกิน 70 มิลลิกรัม ต่อกาแฟปรุงสำเร็จ 1 กิโลกรัม
(9.2) กรดเบนโซอิค หรือกรดซอร์บิค หรือเกลีอของกรดทั้งสองนี้ โดย
คำนวณเป็นตัวกรดได้ไม่เกิน 200 มิลลิกรัม ต่อกาแฟปรุงสำเร็จ 1 กิโลกรม
การใช้วัตถุกันเสียให้ใช้ได้เพียงชนิดหนึ่งชนิดใตตามปริมาณที่
กำเนิดใน (9.1 ) หรีอ (9.2) ถ้าใช้เกินหนึ่งชนิด ต้องมีปริมาณรวมกันไม่เกิน
ปริมาณของวัตถุกันเสียชนิดที่กำหนดให้ใช้น้อยที่สุด
เมื่อจำเป็นต้องใช้วัตฤอันเสียแตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ดังกล่าว
ข้างต้น ต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

ข้อ 11 กาแฟปรุงสำเร็จชนิดแห้ง ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐาน ดังต่อไปนี้
( 1) ความชื้นได้ไม่เกินร้อยละ 6 ของน้ำหนัก
(2) เมื่อละลายหรือผสมน้ำตามที่กำหนดไว้ในฉลาก ต้องมีคุณภาพ
หรีอมาตรฐานตามข้อ 10

ข้อ 12 ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ากาแฟเพี่อจำหน่าย ต้องปฏิบัติตามประกาศ
กระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยเรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ใน
การผลิต และการเก็บรักษาอาหาร

ข้อ 13 การใช้ภาชนะบรรจุกาแฟ ให้ปฏิบิตตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
ว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ

ข้อ 14 การแสดงฉลากของกาแฟ ให้ปฏิบิตตามประกาศอระทรวงสาธารพสุข
ว่าด้วยเรื่อง ฉลาก

ข้อ 15 ให้ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร หรือใบสำคัญการใช้ฉลาก
อาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 77 (พ.ศ. 2527)
เรื่อง กาแฟ ลงวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2527 แก้ไขเพิ่มเติมโดย
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 132 (พ.ศ. 2533) เรี่องกาแฟ
(ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2533 และประกาศกระทรวง
สาธารณสุข (ฉบับที่ 181) พ.ศ. 2540 เรื่อง กาแฟ (ฉบับที่ 3) ลงวันที่
21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 ชึ่งออกใช้ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ
ยังคงใช้ต่อไปได้อีกสองปี นับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

ข้อ 16 ให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้ากาแฟที่ได้รับอนุญาตอยู่อ่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ
ยื่นคำขอรับเลขสารบบอาหารภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้
บังคับ เมื่อยื่นคำขอดังกล่าวแล้วให้ได้รับการผ่อนผันการปฎิบัติตาม
ข้อ 12 ภายในสองปี นับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ และให้คงใช้
ฉลากเดิมที่เหลืออยู่ต่อไปจนกว่าจะหมดแต่ด้องไม่เกินสองปี นับแต่
วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

ข้อ 17 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมี่อพ้นภำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วัน
ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2543

(ลงชื่อ) กร ทัพพะรังสี
(นายกร ทัพพะรังสี)
รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข

(คัดจากราชกิจจานุเบกษาฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 118 ตอนพิเศษ 6 ง. ลง
วันที่ 24 มภราคม 2544)

รับรองสำเนาถูกต้อง
(นางสาวจิรารัตน์ เทศะศิลป์)
นักวิชาการอาหารและยา 5

2553-08-03

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเช่าสถานที่เพื่อเปิดร้านกาแฟ

ร้านกาแฟ
สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเช่าสถานที่เพื่อเปิดร้านกาแฟ
ก่อนการตัดสินใจเช่าสถานที่เพื่อเปิดร้านกาแฟมีสิ่งที่เราต้องใส่ใจมากๆหลายอย่าง อย่างเช่นสำรวจบริเวณรอบๆทำเลที่เราตัดสินใจ การวิเคราะห์ประเมินที่ตั้ง การดูกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย พีจารณาเรื่องความสะดวกในการเดินทาง ร้านแห่งนี้มีแผนการอะไรหรือเปล่า จะมีโครงการปรับเปลี่ยน
หรือเวนคืนหรือไม่ ทำความเข้าใจเรืองข้อตกลงในการเช่าหรือจะลองเจรจากับเจ้าของให้ลดค่าเช่าลงอีกได้หรือไม่ หรืออาจจะลดจำนวนเงินลงทุน แต่ใช้วิธีเพิ่มระยะเวลาในการกู้ยืมแทน เจ้าของกิจการโดยส่วนใหญ่จะแนะนำผู้ประกอบการรายใหม่ว่า ช่วงแรกของการทำกิจการอย่าเพิ่งเช่าในระยะยาว ควรทำสัญญาเพียง1ปีก่อน รอให้มีแนวทางในการดำเนินกิจการหรือคืนทุนเสียก่อน แล้วค่อยต่อสัญญาเช่าในระยะยาวก็ได้

เพราะว่ากำไรในการเปิดร้านกาแฟนั้นไม่ได้มากมายอะไร ระยะเวลาคืนทุน อาจจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย1-5 ปีก็ได้ เพราะแค่เริ่มต้นก็ลงทุนก็ต้องเสียค่าออกแบบตกแต่งร้านไป เป็นจำนวนมาก ทำกิจการไป3-5 ปี ก็คงจะยังไม่ได้ต้นทุนคืน ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์ หลังจากเช่าไป 1-2 ปีแล้วเจ้าของไม่ให้เช่าต่อ ยังไม่ทันได้ทุนคืน ก็ขาดทุนไปกับค่าตกแต่งเสียแล้ว เจ้าของร้านกาแฟส่วนใหญ่จึงแนะนำผู้ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ว่า หากเช่าไม่ถึง 5 ปี ทางที่ดีก็อย่ารีบเปิดร้านกาแฟ ถ้าเจ้าของทีไม่ยอมให้เช่าถึง 5 ปีอย่างน้อยก็ต้องเช่าสัก 3 ปี

ข้อควรระวังเป็นพิเศษในด้านอื่นๆ อีก เช่น

1. เปรียบเทียบค่าเช่ากับบริเวณใกล้เคียงกันก่อนว่าค่าเช่า แตกต่างกันหรือไม่อย่างไร
การยอมรับค่าเช่าที่สูงลิบเพียงเพราะต้องการจะเปิดร้าน ในอนาคตมันจะกลายเป็นความกดดันในการประกอบ กิจการก็เป็นได้

2. ไม่ว่าจะจดทะเบียนพาณิชย์หรือจดทะเบียนเป็นบริษัท ก็ต้องมีที่อยู่ของที่ตั้งนั้นๆ ตอนที่ตัดสินใจเช่าบ้านจะต้องขอให้ทะเบียนบ้านจากเจ้าของที่ และหลังจากได้รับหนังสือยินยอนจากเจ้าของว่าให้จัดตั้งบริษัทหรือจดทะเบียนพาณิชย์แล้ว ก็เซ็นต์สัญญากับเจ้าของที่ อย่าเซ็นต์สัญญาแล้วค่อยจัด
ตั้งบริษัททีหลังเป็นอันขาด เพราะจะไมสามารถยกเลิกการเช่าและต้องฝืนใจทำกิจการต่อไป

3. หากเปิดร้านกาแฟ ร้านแห่งนี้ถูกต้องตามกฎการจดทะเบียนหรือไม่ เช่นการใช้ที่ดินและการก่อสร้าง รวมถึงเรื่เงความปลอดภัย เป็นต้น
4. สอบถามให้ชัดเจนว่าคนที่ให้เช่าเป็นเจ้าของเองหรีอเปล่า ต้องรู้ก่อนว่าคนที่เซ็นต์สัญญามีสิทธิ์ในการครอบครองจริงหรือไม่ ไม่ใช่ว่าเช็นต์สัญญาและจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วแล้วจึงพบว่าเจ้าของเป็นอีกคน
5. ต้องบอกให้เจ้าของรู้ว่าคุณมีความคิดที่จะทำกิจการในระยะยาว และต้องเข้าใจแนวคิดในการให้เช่าของเจ้าของด้วย เช่นว่าเจ้าของมีความกดดันเรื่องการเงินหรือเปลา ต้องการให้เช่าในระยะยาวหรือไม่ หรือว่าหากได้ราคาดีก็คิดจะขายทิ้งไป สิ่งที่กลัวที่สุดในการทำการค้าก็คือ ลงทุนจ่ายค่าเช่าไปแล้วเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อทำการค้าไปได้ 1-2 ปี เจ้าของกลับต้องการขอคืนห้องเพื่อขายทิ้ง ในตอนนั้นคุณอาจจะยังไม่ได้ค่าตกแต่งและเงินลงทุนในช่วงแรกคืนเสียด้วยซ้ำ และต้อง
เริ่มต้นใหม่ การหาเจ้าของที่ดีนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากเจ้าของที่ดีจะสนับสนุนความคิดของคุณในการประกอบกิจการระยะยาว

6. เวลาเซ็นต์สัญญาจะต้องระบุให้ชัดเจนถึงการปรับค่าเช่าในแต่ละปีรวมถึงความต่อเนื่องของสัญญา โดยเฉพาะเรื่องร้าน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีเหตุการณ์เช่นว่า หลังจากสร้างรายได้ได้แล้วเจ้าของที่กลับอิจฉา เมื่อครบกำหนดชำระค่าเช่าจึงถือโอกาสขึ้นราคา หากเจอเจ้าของที่เมื่อครบกำหนดแล้วปรับราคาขึ้น อาจจะมีทางเลือกอยู่สองทางคือ หนึ่งยอมกัดฟันจ่ายค่าเช่าเพิ่ม สองคือหาร้านแห่งใหม่ สร้างห้องครัวใหม่ หากเป็นเช่นนั้นเวลาที่ใช้ใปกับการลงทุนและเงินที่ใช้ไปกับการตกแต่งร้าน ในช่วงแรกก็เท่ากับว่าต้องละลายไปกับน้ำเพราะฉะนั้นตอนทำสัญญาเช่าต้องระบุแน่ชัดในสัญญาให้ชัดเจนว่า ค่าเช่า เป็นเท่าใด ระยะเวลาคงที่เท่าใด ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในข้อตกลงเรื่องการปรับเพิ่มค่าเช่า
7. ปัญหาด้านกฎหมาย จะต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจน การเซ็นต์สัญญาเช่ากับเจ้าของนั้นตัวอย่างหนังสือสัญญาเช่าสำเร็จรูปนั้น รัฐบาลได้ตีพิมพ์เป็นตัวอย่างไว้ด้วย หรืออาจจะเข้าไปดูตัวอย่างในอินเตอร็เนทใด้ หรือดูจากเว็บใซต์ต่างๆได้ หากข้อตกลงบางเรื่องไม่มีอยู่ในสัญญาสำเร็จรูป ก็ควรจะระบุเพื่อลงใปให้ชัดเจน ไว้ตอนเช็นต์สัญญาด้วย

8. หากต้องซ่อมแทรกห้องเช่า ต้องระบุให้ชัดเจนว่าใครจะเป็นคนรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่าย หรือในอนาคตตอนคืนห้องจะต้องทำให้กลับฟูสภาพเดิมหรือไม่ หากจะต้องคืนในสภาพเดิมก็ควรถ่ายรูปและเก็บรักษาไว้ในที่ที่หาเจอ เพื่อไม่ให้ตีความขัดแย้งกันในภายหลัง

ข้อควรระวังในการแบ่งเช่าหรือหักส่วนแบ่ง
ร้านกาแฟ อาจจะตั้งอยู่ในย่านธุรกีจอย่างเช่นห้างสรรพสินค้า ร้านหนังสือ โรงพยาบาล ตึกสำนักงานหรือสวนวิทยาศาสตร์ก็ใด้ อาจจะแบ่งเช่าจากร้านอื่น หรือจะใช้วธีหักส่วนแบ่งเอาก็ได้เช่นกัน

ข้อควรระวังในการแบ่งนขาจากร้านอื่น
1. ต้องคุยกับเจ้าของใหญ่โดยตรง เพื่อหลีกเลียงการคุยกับเจ้าของคนรอง เพราะค่าเช่าอาจจะค่อนข้างแพง ภายหลังหากมีความขัดแย้งเรืองค่าเช่าจะจัดการได้ยาก

2 ธุรกิจที่เหมาะจะไปร่วมกิจการกับร้านกาแฟ ต้องมีลักษณะที่เงียบสงบพอๆ กัน เช่นธุรกิจเกี่ยวกับศิลปะ ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้า เป็นต้น กิจการที่มีเสียงดังอึกทึกอย่างส่วนสนุกนั้นไม่
ควรอย่างยิ่ง ถ้าบ้านที่ไปร่วมด้วยเป็นร้านอาหารก็ต้องระวังว่าต้องไม่ขายอาหารที่มีกลิ่นแรง อย่างเช่นพวกเต้าเจี้ยวก็ดูจะไม่เหมาะกับร้านกาแฟนักหากใช้วิธีการหักส่วนแบ่ง จะต้องระวังว่า

1. ส่วนแบ่งทีหักนั้นต้องไม่มากจนเกินไป โดยทั่วไปแล้วการหักส่วนแบ่งจะหักประมาณ 20%ของผลประกอบการ

2. เนื่องจากฟวนแบ่งที่เจ้าของได้รับเท่ากับค่าเช่าและค่าใช้จ่ายจุกจิกอกมากมาย จะต้องระมัดระวังว่าส่วนแบ่งนั้นรวม ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าสาธารณูปโภคอื่นๆ ด้วยหรือไม่ไม่เช่นนั้นต้นทุนที่สูงเกีนไปอาจจะทำให้ไม่ใด้กำไรจากการเปิดร้านกาแฟก็เป็นได้

2553-07-20

ขายกาแฟโบราณ

กาแฟโบราณ

ขาย กาแฟ โบราณ
กาแฟโบราณ ที่เราเห็นตามสองข้างทาง ทั้งที่เปิดเป็นร้าน หรือใช้รถพ่วงข้าง ดัดแปลงเป็นร้านกาแฟเคลื่อนที่ เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ เพราะกาแฟโบราณนั้นขายดี ใครๆก็นิยมดื่ม ซึ่งแนวโน้มในปัจจุบันนี้ คนไทยดื่มกาแฟกันมากขึ้น โดยเฉพาะในวัยทำงาน วันนี้ขอเสนออีกทางเลือกหนึ่งของผู้ประกอบการที่มีต้องการอยากเปิดร้านกาแฟโบราณ ข้อดีคือใช้ทุนน้อย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์หรือพื้นที่ในการค้าขายที่ใหญ่โตนัก การดัดแปลงรถพร้อมหลังคา หรือ มีหน้าร้าน หน้าบ้านที่สามารถตั้งเคาน์เตอร์หรือ ตั้งโต๊ะตู้ก็ได้

อุปกรณ์การขายโบราณ ก็ไม่ได้มีมากมาย หลักๆก็มีดังนี้
1.สถานที่จะเปิดร้าน อาจจะใช้รถพ่วง หรือ เค้าน์เตอร์ หรือโต๊ะกาแฟตั้งขายก็ได้
2. หัวเตาแก๊ส พร้อมถังแก๊ส อุปกรณ์ 1 ชุด
3. หม้อต้มกาแฟ 1 ใบ
4. กระป๋องชงถ่ายชา 1 กาแฟ 4 ใบ
5. กระบวยตักน้ำร้อน
6. ถุงชงชา-กาแฟ
7. ถ้วยชงชา-กาแฟ
8. ช้อนชงชา
9. ทีเปิดกระป๋องนม
10. ที่จุดเตาแก๊ส 1 อัน
11. ภาชนะใส่ชา-กาแฟ-น้ำตาล ให้แลดูสะอาดสวยงาม

วัติถุดิบในการทำกาแฟโบราณ
1. กาแฟโบราณยี่ห้อต่างๆ 1 กล่อง
2. ชา 1 ถุงใหญ่
3.โอวัลติน 1 กล่อง
4. นมข้นจืดหรือนมสดมะลิ 2 กระป๋อง
5. นมข้นหวานมะลิ 2 กระป๋อง
6.น้ำหวานเฮลซ์บลูบอย สี เขียว-แดง 2 ขวด
7. น้ำตาลทรายขาว 1 กิโลกรัม
8. ไข่ไก่ สำหรับทำไข่ลวก

**สูตรกาแฟโบราณแบบต่างๆ
1.สูตรกาแฟร้อน
ส่วนผสม
กาแฟชง ¾ แก้วชง
นมข้นหวาน 3 ช้อนชา
นมสด 1 ช้อนชา

วิธีการชง
กาแฟที่จะชงคือ กาแฟในถุงชงเตรียมไว้ และแช่อยู่ในกระป๋องสำหรับชงถ่าย ก่อนการชงควรลวกแก้วกาแฟก่อน 1 ครั้งเพื่อไม่ให้กาแฟเสียรสชาติ หลังจากลวกแก้วแล้ว ใส่นมข้นหวานลงไป 3 ช้อนชา + นมสด 1 ช้อนชา และไม่ต้องคน จากนั้นค่อยนำกาแฟจากกระป๋องถ่ายมาเทใส่ลงไป ให้ค่อนแก้วหรือประมาณ ¾ แก้ว เสิร์ฟร้อนๆ ให้ลูกค้าคนกาแฟเองก่อนดื่ม จะอร่อย

2.กาแฟเย็น
ส่วนผสม
1. กาแฟ 2 ช้อนโต๊ะ/น้ำร้อน 1 กระบวย
2. นมขนหวาน 3 ช้อนชา
3. นมสด ช้อนชา
4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
5.นมสดสำหรับดรยหน้า 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีการชง
การชงกาแฟเย็นจะใช้ส่วนผสม อัตราส่วน กาแฟ 2 ช้อนโต๊ะต่อน้อร้อน 1 กระบวย กาแฟเย็น 1 แก้วอาจจะใช้กาแฟ 2-3 ช้อนโต๊ะเพื่อให้ความเข้มข้นมาก
หรือถ้าต้องการให้กาแฟอ่อนลงหน่อย ก็สามารถเพิ่มน้ำขึ้นไปอีก
เทคนิคที่ไม่ควรมองข้ามคือ น้ำประปาที่นำมาต้มต้องผ่านเครื่องกรองน้ำทุกครั้ง ถ้าไม่มี

3.โอเลี้ยง
ส่วนผสม
กาแฟ 1/2 แก้ว
น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำแข็ง

วิธีทำโอเลี้ยง
ใส่น้ำตาลทรายลงในแก้ว 3 ช้อนโต๊ะ เทกาแฟจากหม้อถ่ายลงไปครึ่งแก้ว
จากนั้นให้เติมน้ำร้อนลงไปให้ได้ค่อนแก้ว 3/4 แก้วคนๆให้เข้ากันและเทใส่ถุงที่บรรจุน้ำแข็งหรือแก้วโอเลี้ยง ถ้าหากทำโอเลี้ยงยกล้อก็เพียงแค่เติมนมสดลงไป

4.โอวัลตินเย็น
ส่วนผสม
โอวัลติน 2 ช้อนชา
นมข้นหวาน 2 ช้อนชา
นมสด 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
น้ำร้อน 1/2 แก้ว
น้ำแข็ง

วิธีทำ
นำโอวัลตินและส่วนผสมอื่นๆ ยกเว้นน้ำแข้งใส่แก้ว แล้วเทน้ำร้อนใส่ คนๆให้เข้ากัน
เทใส่น้ำแข็ง เติมนมสดโรยหน้า

5.โอวัลตินร้อน
ส่วนผสม
โอวัลติน 2 ช้อนชา
นมข้นหวาน 3 ช้อนขา
นมสด 1 ช้อนชา
น้ำร้อน ครึ่งแก้ว

วิธีทำ
ใส่โอวัลตินลงในแก้ว เทน้ำร้อน ½ แก้วไปคนๆให้โอวัลตินละลาย ใส่นมข้นหวาน 3 ช้อนชาลงไป
เติมนมสด 1 ช้อนชา ไม่ต้องคน ยกเสิร์ฟ ให้ลูกค้าคนเอง

6.ชาเย็น
ส่วนผสม
ชา 1ช้อนโต๊ะ
นมข้นหวาน 3 ช้อนชา
นมสด 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ชงชาก่อนโดยใช้อัตราส่วน ชา 1 ช้อนโต๊ะ/น้ำร้อน 1 กระบวย จากนั้น
2.ใส่นมข้นหวานลงไปในแก้ว น้ำตาลทราย พร้อมกับนมสด จากนั้น เทน้ำชาที่ชงไว้ใส่ลงไป คนให้เข้ากัน
3. เทใส่น้ำแข็ง เติมนมสดโรยหน้า เพิ่มความหอมมัน

7.ชาร้อน
ส่วนผสม
ชา 1 ช้อนโต๊ะ
นมข้นหวาน 3 ข้อนขา
นมสด 1 ช้อน

วิธีทำ
1. ชงชาก่อนโดยใช้อัตราส่วน ชา 1 ช้อนโต๊ะ/น้ำร้อน 1 กระบวย
2.ใส่นมข้นหวาน นมสดลงไป
3.เทน้ำชาที่เตรียมไว้ลงไป 3/4 แก้ว

8.ชาดำเย็น
ส่วนผสม
ชาที่ชงแล้ว 3/4 แก้ว
น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำแข็ง

วิธีทำ
1.ใส่น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ เติมน้ำชาร้อนที่เตรียมไว้ 3/4 แก้ว คนๆให้เข้ากัน
2. เทใส่แก้วหรือถุงที่ใส่น้ำแข็งเตรียมไว้

9.นมเย็น
ส่วนผสม
น้ำหวานเฮลซ์บลูบอยกลิ่นสละ 2 ช้อนโต๊ะ
นมข้นหวาน 2 ช้อนชา
นมสด 1 ช้อนชา
นมสดสำหรัยโรยหน้า
น้ำแข็ง

วิธีทำ
1. น้ำหวานเฮลซ์บลูบอยกลิ่นสละเทใส่แก้วเตรียมไว้ชง 2 ช้อนโต๊ะ
2. ตามด้วยนมข้นหวาน 2 ช้อนโต๊ะตามด้วยนมสด 1 ช้อนชา
3. เทน้ำร้อนตามลงไป 3/4 แก้ว คนให้เข้ากัน เทใส่น้ำแข็ง โรงนมสด

10.โอยั๊วะ
ส่วนผสม
กาแฟ 1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
เดิมน้ำร้อนด่อนแก้ว (ให้ลูกค้าคนเอง)

วิธีทำ
1. ใส่น้ำตาลทราย 2 ซ้อนโต๊ะลงไป
2. ใส่กาแฟลงไป ให้ลูกค้าคนเอง

***ไข่ลวก
ไข่ลวกเป็นส่วนที่ ขาดไม่ได้ในการกินกาแฟโบราณ เพื่อเพิ่มรสชาติ ดื่มกาแฟตอนเช้าๆร่วมกับไข่ลวกดูจะเข้ากันได้ดี

วิธีทำไข่ลวก
1. นำไข่ไก่ใส่ลงไปในหม้อ แล้วเทน้ำร้อนเดือดให้ท่วมฟองไข่ ปิดฝา 5 นาที ถ้าลูกค้าสั่งไข่แบบไม่สุกให้ลวกแค่้เวลา 3 นาที
2. ต่อยไข่ใส่แก้ว ใช้ช้อนตักไข่ขาวออกมาด้วย เสิร์ฟพร้อมกับ ซอสแม็กกี้ เกลือป่น พริกไทยป่น ให้ลูกค้าปรุงเองตามชอบใจ