2552-11-07

คาเฟ่ เดอ ไอยรา กาแฟแบรนด์ไทย


คาเฟ่ เดอ ไอยรา กาแฟแบรนด์ไทย
คาเฟ่ เดอ ไอยรา เป็นอีกแบรนด์ของไทยที่ ประสบผลสำเร็จไปไกลถึงต่างแดน เตรียมบุก พม่า มาเลเซีย จีน จากการก่อตั้งเพียง 2 ปีกว่าเท่านั้น โดยคุณนิธิศ มหาวรรณ
กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามคอฟฟี่ อินเตอร์เนชั่นแนล บอกที่มาของแบรนด์ว่า มาจากร้านกาแฟในฝรั่งเศส ชื่อว่า คาเฟ่ เดอ ลาฟองส์ ซึ่งร้านในฝันของเขา
คุณนิธิศ ได้ศึกษาข้อมูลการลงทุนด้านกาแฟช่วงแรกพบว่า การลงทุนในระดับไม่เกิน 30,000 บาทเป็นฐานที่กว้างมาก จึงคิดสร้างโมเดล ทางลงทุนเป็นแฟรนไชส์แบบ คีออสขนาดเล้ก ลงทุน ในระดับ 19,000 บาท
และ 29,000 บาท และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากผู้ลงทุนจนสามารถขยายสาขาได้ถึง 250-300 สาขา
เนื่องจากการเติบโตแบบก้าวกระโดด ทำให้ต้องทบทวนเรื่องการบริหารจัดการ จึงได้พัฒนารูปแบบการลงทุนที่สูงขึ้น จนปัจจุบันได้หยุดการลงทุนแบบคีออสและหันมา ทำแบบคอฟฟี่ช็อปแทน เพราะผลตอบรับที่ดีกว่า
จึงได้ปรับรูปแบบการลงทุนเป็นช็อปขนาดพื้นที่ 10 ตารางเมตรไปจนถึง 100 ตารางเมตร จุดขายสำคัญของคาเฟ่ เดอ ไอยรา คือการคัดคุณภาพเมล็ดกาแฟ และเทคนิคการคั่วจากผู้เชี่ยวชาญ และราคาขายที่สมเหตุสมผลคือไม่แพง ตกแก้วละ 40-60 บาท สามารถแข่งขันได้
ในตลาดได้ทุกระดับ จนปัจจุบันนี้เตรียมโกอินเตอร์ด้วยการนำกาแฟไทย บุกตลาดอาเซียน และ 3 ประเทศ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆอีกต่อไป
นี่เป็นสิ่งการันตีถึงความพร้อมของกาแฟ คาเฟ่ เดอ ไอยรา ที่จะก้าวต่อไปเพื่อให้ผู้ลงทุนและผู้บริโภคมั่นใจ

สนใจรายละเอียดแฟรนไชส์ คาเฟ่ เดอ ไอยรา ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
ห้างหุ้นส่วนจำกัด สยามคอฟฟี่ อินเตอเนชั่นแนล
23/380 ม.13 ถ.นวมินทร์ 68 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240
โทร.02-944-8599(2คู่สาย),แฟกซ์: 02-944-8579
Email: iyaracoffee@hotmail.com,vdsing@hotmail.com

2552-10-16

กาแฟดอยช้าง



กาแฟดอยช้าง



จากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงต้องการให้พัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวเขา เพื่อเปลี่ยนดอยปลูกฝิ่นเป็นถิ่นปลูกกาแฟ เมื่อปี 2512 ได้มีการริเริ่มโครงการปลูกพืชเมืองหนาว
เพื่อต้องการ ลดการถางป่าทำไร่เลื่อนลอยและลดการปลูกฝิ่นพืชเสพติดลง พื้นที่ดอยช้างเป็นพื้นที่ดีเหมาะสมเป็นอย่างมากสำหรับการปลูกกาแฟ เพราะอากาศที่เหมาะสมและพื้นดินที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ
และมีความสูง 1,200-1,700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อากาศที่เย็นตลอดทั้งปีเป็นสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะปลูกกาแฟ ทำให้กาแฟดอยช้างเป็นกาแฟที่ดีมีคุณภาพระดับโลก และสามารถสร้างงานและอาชีพให้ชาวเขา
ทำให้มีอาชีพที่แน่นอน
ระยะแรกพี่น้องชาวไทยภูเขาถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง แต่ก็ต้องยอมจำทนเพราะข้อจำกัดหลายๆอย่าง คุณ วิชา พรหมยงค์ และคุณ ปรชัย พิสัยเลิศ หรือ อาเดล ต้องการสร้างความยั่งยืนให้พี่น้องและไม่ต้องการการเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง จึงเริ่มจัดตั้งกลุ่มเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ชุมชน จึงได้จัดตั้งบริษัทขึ้น ชื่อ บริษัท ดอยช้าง เฟรช โรสเต็ด คอฟฟี่ จำกัด จัดธุรกิจแบบครบวงจร ทั้ง การปลูก การเก็บเกี่ยว การผลิต แปรรูป จัดส่งออก โดยการร่วมมือลงแรงกันของพี่น้องชาวเขา ทำให้องค์กรนี้แข็งแกร่งเป็นที่ยอมรับ ว่าเป็นกาแฟที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ถือเป็นพื้นที่ปลูกกาแฟ สายพันธุ์อราบีก้าแท้ 100% แหล่งสำคัญของไทย เพราะได้รับการคัดสรรสายพันธุ์มาอย่างดีจากนักวิชาการเกษตรของไทย จนได้สายพันธุ์ที่ดีเยี่ยม ประกอบลักษณะทางภูมิศาสตร์ ที่มีความสูงพอเหมาะอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้กาแฟสุกช้า เมล็ดกาแฟจึงสะสมสารอาหารและแร่ธาตุได้นานเพิ่มขึ้น
ทำให้กาแฟของดอยช้างได้คุณภาพและมีขนาดที่สมบรูณ์ นอกจากความเหมาะสมของพื้นที่การปลูกแล้ว การดูแลเอาใจใส่ทุกขั้นตอนการผลิตและแปรรูป โดยผู้เชี่ยวชาญนักวิชาการเกษตร ทั้งในและต่างประเทศ ทุกขั้นตอนตั้งแต่การปลูกใต้ร่มเงาไม้ใหญ่และเลือกเก็บเมล็ดกาแฟที่สุกด้วยมือทีละเมล็ด การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวที่เป็นแบบฉบับเฉพาะของกาแฟดอยช้าง การตาก การสี การเก็บบ่มอย่างถูกวิธี บนพื้นที่สูงนานกว่า 8 เดือน และการคั่วเมล็ดกาแฟอย่างถูกวิธีจากเครื่องคั่วที่ได้มาตรฐาน ทำให้ได้รส และกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากกาแฟที่อื่น จนทำให้กาแฟดอยช้างได้รับรางวัลรับรองคุณภาพจาก สมาคมกาแฟชนิดพิเศษแห่งยุโรป (Specialty Coffee Association of Europe) และสมาคมกาแฟชนิดพิเศษแห่งอเมริกา (Specialty Coffee Association of America)
ซึ่งกาแฟชนิดพิเศษนี้ จะผลิตออกมาในแต่ละปี 5-6 % ของกาแฟจากทั่วโลกเท่านั้น
และเพื่อรองรับนักดื่มกาแฟจากทั่วโลกทำให้การผลิตกาแฟดอยช้างแบ่งออกเป็น 4 ประเภท
1.กาแฟพีเบอร์รี่ คัดเฉพาะกาแฟโทน หรือกาแฟเมล็ดเดี่ยว ซึ่งยอมรับกันว่าเป็นกาแฟที่ที่มีคุณภาพดีที่สุดเพราะได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ เพราะกาแฟปกติจะมี 2 เมล็ดใน 1 กะลา ทำให้รสชาติที่กลุ่มกล่อมนุ่มนวล ถูกใจคอกาแฟที่ชอบความโดดเด่นของกาแฟ
2.กาแฟออร์แกนิค เป็นกาแฟที่ปลอดจากสารเคมีใดๆทุกขั้นตอนตั้งการปลูกไปจนถึงการแปรรูปมาเป็นเมล็ดกาแฟ เพื่อรองรับกลุ่มผุ้ดื่มที่ใส่ใจตัวเอง กาแฟกาแฟออร์แกนิคผ่านการรับรองจาก USDA ว่าปลอดภัย กาแฟดอยช้างแบบออร์แกนิคนี้มีวางจำหน่ายอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ มากกว่า 1,500 แห่ง
3.กาแฟพรีเมี่ยม เกรด AA เป็นเมล็ดกาแฟที่มีขนาดใหญ่ 7 มิลลิเมตร คั่วในระดับ Dark Roast ได้กาแฟที่เข้มข้น ตาแบบฉบับเฉพาะของกาแฟดอยช้าง
4.กาแฟพรีเมี่ยม เกรด A เป็นเมล็ดกาแฟที่มีขนาดใหญ่ 6 มิลลิเมตร(กาแฟทั่วๆไป 5.5 มิลลิเมตร)เป็นเกรดกาแฟที่นำมาเสิร์ฟให้ลูกค้าในร้านดอยช้าง

กาแฟดอยช้างกว่า 95% ถูกส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศเนื่องจากคุณภาพที่เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกและมีกลุ่มนักดื่มที่แบ่งประเภทกันอย่างชัดเจน นอกจากนี้กาแฟดอยช้างยังแตกไลน์ ชื่อแบรนด์ Ego เป็นเมล็ดกาแฟเกรดรองลงมาเพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการลดต้นทุนการผลิต เป็นรองกาแฟเกรดพรีเมี่ยมเพียงขนาดเมล็ดเท่านั้น แต่ทุกขั้นตอนการผลิตมาจากแหล่งเดียวกัน
ล่าสุดนี้กาแฟดอยช้างได้เปิดตัวการอบรมกาแฟชื่อว่า " อะคาเดมี่ " ให้การอบรมเรื่องกาแฟแบบครบวงจรบนดอยช้าง โดยผู้ที่สนใจอยากเรียนรู้ตั้งแต่ขบวนการเก็บเกี่ยวจนถึงการแปรรูป ซึ่งจะเปิดเพียงปีละครั้งในช่วงการเก็บเกี่ยวเท่านั้น เปิดหลักสูตรแรก ปี 2551

สนใจข้อมูลและต้องการสั่งซื้อเมล็ดกาแฟจากดอยช้างติดต่อได้ที่
39/545 หมู่ 13 แขวง/เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10240 โทร. 02-539-6240, 02-539-6246, 087-7131-1919 แฟกซ์: 02-539-6240 หรือที่ www.doichaangcoffee.com

2552-10-14

แฟรนไชส์ โมเดิร์นคอฟฟี่

แฟรนไชส์ โมเดิร์นคอฟฟี่


การเปิดร้านกาแฟนั้นต้องมีความรู้เรื่องกาแฟ มีศาสตร์ต่างๆมากมายที่ต้องทำความเข้าใจกับธุรกิจนี้ ก่อนเปิดร้านผู้ประกอบการต้องผ่านการอบรมเรื่องกาแฟ
เพื่อจะทำให้มีความเข้าใจในธุรกิจลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ ปัจจุบันนี้มีสถานฝึกอบรมกาแฟเกิดขึ้นมากมายให้เลือกเรียนได้อย่างไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับว่าผู้ประกอบการจะเลือกจากแหล่งใด
โมเดิร์นคอฟฟี่ คอร์เปอเรชั่น เป็นอีกหนึ่งในผู้ให้บริการ จัดหาวัตถุดิบและอุปกรณ์ในการทำร้านกาแฟ พร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจร้านกาแฟ คุณปุญชรัศมิ์ รัตนวรเสฏฐ์ ผู้บุกเบิกกาแฟแบรน เดอะ คอฟฟี่เมคเกอร์และโมเดิร์นคอฟฟี่ ประสบการณ์ในวงกากาแฟกว่า 20 ปี
โดยจุดแข็งของโมเดิร์นคอฟฟี่ คือการประยุกต์ความรู้ที่ได้รับมา ได้แก่ QSC
Q-quality คุณภาพ,รสชาติ
S-Service การบริการที่รวมถึง ความรวดเร็ว รอยยิ้มและความสง่างาม
C-Cleanliness ความสะอาด ถูกหลักอนามัย ใส่ใจผู้บริโภค

โมเดิร์นคอฟฟี่ มีความเข้าใจถึงผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการเปิดร้านกาแฟเองแต่ทุนทรัพย์ไม่มากพอ จึงต้องหาความรู้จากการเข้ารับการอบรมเพื่อมาสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง โมเดิร์นคอฟฟี่เป็น บริษัทที่ครบวงจรเรื่องกาแฟ
ทั้งการผลิตและจำหน่ายเมล็ดกาแฟคุณภาพ ให้การฝึกอบรมแก่ผู้ประกอบการที่สนใจอยากจะเปิดร้านกาแฟเป็นของตัวเอง โมเดิร์นคอฟฟี่ ถือเป็นรายแรกของเมืองไทยที่จัดให้มีการอบรมเรื่องกาแฟ
โมเดิร์นคอฟฟี่จัดอบรมกาแฟให้ผู้ประกอบการฟรีๆ โดยใส่ใจว่าเรื่องการเรียนรู้ถือเป็นหัวสำคัญในการประกอบธุรกิจกาแฟ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำกลับไปปฏิบัติได้จริง หลักสูตรการบอรมจะเน้นเรื่องของ รสชาติกาแฟ ความสะอาด และเรื่องการบริการ
สอนกันแบบไม่มีกั๊กความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องกาแฟ คุณปุญชรัศมิ์ รัตนวรเสฏฐ์ และ คุณเปรมเกีรยติ ซึ่งเป็นอาจารย์จากศูนย์อบรมอาชีพและธุรกิจ มติชน
ซึ่งมีลูกศิษย์ที่ผ่านการอบรมและไปประกอบอาชีพธุรกิจกาแฟมาแล้วกว่า 100 รุ่น ระยะเวลาในการอบรมเพียง 1 วันโดยจะแบ่งออกเป็น ภาคทฤษฏีและปฏิบัติเพื่อให้ผู้เรียนได้ลงมือทำเอง รวมทั้งเรียนรู้เรื่องสูตรต่างๆของกาแฟมากมาย
โมเดิร์นคอฟฟี่เล็งเห็นความสำคัญของการเรียนรู้ ผู้ประกอบการต้องมีความรู้ก่อนลงทุนเพราะปัจจุบันนี้การแข่งขันในธุรกิจกาแฟนั้นมีสูงมาก หากไม่ใส่ใจเรื่องความรู้และไม่ศึกษาอย่างต่อเนื่องจะทำให้อยู่ในธุรกิจได้และไม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ
นอกจากให้การอบรมแก่ผู้สนใจในธุรกิจกาแฟแล้ว โมเดิร์นคอฟฟี่ ยังมีโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ เดอะคอฟฟี่เมคเกอร์ เพื่อให้ผู้ที่สนใจและมีทุนในการดำเนินธุรกิจตามแบบฉบับของโมเดิร์นคอฟฟี่
แฟรนไชส์ เดอะคอฟฟี่เมคเกอร์นั้นมีให้เลือก 2 รูปแบบ
1.แบบคอฟฟี่คอนเนอร์ ขนาดพื้นที่ 20-40 ตารางเมตรประกอบไปด้วยค่าแฟรนไชส์ 200,000 บาท ค่าตกแต่งภายในและอุปกรณ์ขั้นต่ำ 600,000 บาท ค่า Royalty Fee 50,000 บาท/ปีระยะเวลาสัญญา 3 ปี
2.แบบคอฟฟี่ช็อป ใช้พื้นที่ 50-100 ตารางเมตร ค่าแฟรนไชส์ 400,000 บาท ค่าตกแต่งร้านขั้นต่ำ 1,500,000 บาท ค่า Royalty Fee 100,000 บาท/ปี สัญญา 5 ปี

การลงทุนทั้ง 2 รูปแบบสามารถเปิดร้านได้ภายใน 30 วัน ค่า Royalty Fee จัดเก็บครั้งเดียว/ปี ไม่ได้คิดตามสัดส่วนเปอร์เซ็นต์การขายในแต่ละเดือน
เงื่อนไขในการชำระค่าใช้จ่ายแบบคอฟฟี่ช็อปแบ่งเป็นชำระค่า Franchise Fee 400,000 บาท ในวันทำสัญญา พร้อมชำระค่าร้านและอุปกรณ์งวดที่ 1 จำนวน 1,000,000 บาท จากนั้นชำระค่าร้านและอุปกรณ์งวดที่ 2 จำนวน 250,000 บาท หลังการก่อสร้างเสร็จ
50 % ชำระค่าร้านและอุปกรณ์งวดที่ 3 จำนวน 250,000 บาท และค่า Royalty Fee ล่วงหน้า 1 ปี ก่อนเปิดร้าน 1 วัน

สนใจติดต่อสอบถามได้ที่
บริษัทเดอะ คอฟฟี่เมคเกอร์ จำกัด เลขที่4 ซ.สามัคคี 58/18 ถ.ประชาชื่น ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทร. 02-573-5080,02-980-0712 Fax 02-980-0399
E mail :thecoffeemaker@thai.com , punchrat.r@hotmail.com